กดุจนถึงขั้นร้องไห้เลย แม้แต่เซียวอวี้หรงและเซี่ยเฉียวเองก็ทำตัวดีๆ ก้มหน้านิ่งไม่กล้าพูดอะไรมากเมื่อเห็นว่าหลีซื่อเหยียนจริงจังและโกรธมาก
เซียวอวี้หรงยิ่งกลัวมากขึ้นไปอีก…
โชคดีที่แม้เขาจะไม่เชื่อเรื่องว่าวิญญาณมีอยู่จริง แต่เขาก็ยังเคารพการตัดสินใจของศิษย์พี่ใหญ่
ไม่เช่นนั้นตอนนี้เขาเองก็คงต้องรับการอบรมร่วมกันกับศิษย์น้องแล้ว…
ศิษย์น้องห้า…
คุกเข่าต่อไปเถอะ…ยุติธรรมดีแล้ว…
เซี่ยเฉียวไม่ต้องการทำให้ตัวเองโดดเด่นเกินไป บรรยากาศในตอนนี้ดูหนักหน่วงมาก นางต้องลดความมีตัวตนของนางลงไป เพื่อไม่ให้คนอื่นรู้สึกว่านางมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น
ทุกคนเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกันทั้งนั้น นางยังต้องรักษามิตรภาพระหว่างกันเอาไว้บ้าง…
ศิษย์น้องห้าผู้นี้ไม่เหมือนกับน้องชายผู้โง่เขลาของนางคนนั้น พวกบัณฑิตมีจิตใจสูงส่งแต่หน้าบาง ไม่สามารถจะถูกตีหรือถูกหัวเราะเยาะได้ ไม่เช่นนั้นหากพวกเขาคิดไม่ตกก็อาจฆ่าตัวตายได้…
ส่วนเรื่องที่เขาแตะต้องเคลื่อนย้ายของของนาง นางจะต้องคิดบัญชีกับเขาแน่
ค่อยๆ ไม่ต้องรีบร้อน
น้ำเสียงของหลีซื่อเหยี่ยนสงบราบเรียบมาตลอด แต่ตอนนี้เขาเหมือนกับพระพุทธเจ้าที่นั่งนิ่งๆ อยู่ที่เดิม ทำให้บรรดาศิษย์ทั้งหลายแทบไม่กล้าหายใจแรงๆ
“เจ้าจะยอมรับคำพูดของข้าหรือไม่” หลีซื่อเหยี่ยนเอ่ยถาม
“อาจารย์! ศิษย์สำนึกผิดแล้ว! เป็นศิษย์ที่เอาแต่ใจ ไม่รู้ความ อาจารย์อย่าได้โกรธข้าเลย โทสะไม่ดีต่อสุขภาพท