างเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม และไม่ได้รู้สึกหนาวเหน็บเท่าเมื่อก่อนแล้ว ข้ารู้ว่าท่านปู่ของข้ากำลังหาทางช่วยข้า…”
แต่น่าเสียดายที่เขาป่วยหนัก แม้ว่าเขาจะมีสติขึ้นมา เขาเพียงรับรู้สิ่งรอบข้างได้อย่างคลุมเครือ ร่างกายของเขาเย็นเยียบ ไร้เรี่ยวแรง และไม่สามารถพูดได้
ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถบอกปู่ของเขาให้เลิกยึดติดได้
มันสกปรกเกินไปที่จะใช้ชีวิตของคนอื่นมาต่อชีวิตของตัวเอง
“ปู่ของข้ามีความภูมิใจมาทั้งชีวิต ตอนยังอายุน้อยท่านก็มีลูกชายที่น่าภาคภูมิใจ ตอนอายุมากแล้วก็มีหลานชายที่น่าภาคภูมิใจ น่าเสียดายที่สวรรค์ไม่ให้ท่านได้สมความปรารถนา ท่านพ่อและข้าต่างก็ทำให้ท่านต้องอับอายขายหน้า ท่านหมกมุ่นอยู่กับความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่ต้องการให้คนอื่นคิดว่าท่านแก่แล้ว แต่ไม่มีทายาท น่าสงสารมาก”
“ข้าไม่มีความปรารถนาอะไรอะไร…ข้าแค่ติดอยู่ในเปลือกนี้มานานมาก ก็เลยอยาก…อ่านหนังสือ ไปเที่ยวให้ทั่วๆ หน่อยเท่านั้น” เหมิงหยินเอ่ย
ความรู้สึกติดอยู่ในร่างกายนี้เหมือนกับถูกขังอยู่ในกรงมานานถึงเก้าปี
แถมยังเป็นกรงที่หนาวเหน็บอีกต่างหาก
“เจ้ากำลังพูดอยู่กับใคร! ใช่เขาไหม! ใช่หยินเอ๋อร์ของข้าไหม เจ้าให้เขากลับมาสิ กลับมา!” จู่ๆ นายท่านผู้เฒ่าเหมิงพุ่งตัวเข้าหาเซี่ยเฉียวทันที
แต่เขาก็ถูกองครักษ์ขวางไว้ ไม่สามารถเข้าใกล้นางได้
“เจ้าไม่มีอะไรกังวลเกี่ยวกับญาติๆ” เซี่ยเฉียวถาม
“ไม่มี” เหมิงหยินดูอ้างว้าง
เขาไม่ได้เลือกที่จ