่าวรับใช้ทั้งหลายต่างก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
นายท่านผู้เฒ่าสั่งมาว่าพวกเขาไม่ควรทำเรื่องนี้ให้โจ่งแจ้งเกินไป
อันที่จริงพวกเขาก็ไม่รู้ว่าทำไมนายท่านผู้เฒ่าถึงสั่งเช่นนั้น แต่คนที่สามารถติดตามนายท่านผู้เฒ่ามาที่นี่ได้ในวันนี้ล้วนแต่เป็นบ่าวรับใช้ในบ้านที่ได้รับความไว้วางใจจากนายท่านผู้เฒ่าและเป็นพวกปิดปากสนิทกันทั้งนั้น เมื่อมองจากมุมนี้ พวกเขาจึงเข้าใจเองว่าสิ่งที่นายท่านสั่งไว้นั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก
ใครก็ตามที่ทำได้ต่อไปก็จะถูกใช้งานอีก แม้เบื้องหน้าจะมีการลงโทษ แต่เบื้องหลังจะได้รับรางวัลมากกว่า
หลังจากที่พวกเขาคิดได้ดังนั้นแล้ว บ่าวรับใช้แต่ละคนก็เริ่มคิดหาวิธีการ
ก็แค่ไฟสองดวงเท่านั้น พวกเขาจะดับมันไม่ได้เชียวหรือ
ผ่านไปสักพักบ่าวรับใช้ที่เอาผ้าห่มมาห่อตัวให้ซังโหยวก็หน้าเปลี่ยนสีไปทันที “คุณชายเจียง ท่านมาดูนี่หน่อย คุณชายซังหมดลมไปแล้วใช่หรือไม่…”
ทันทีที่สิ้นเสียงของบ่าวรับใช้ เจียงจิ้นลู่ก็หน้าซีด เขารีบวางไฟตะเกียงลงแล้วพุ่งเข้าไปดูทันที
เขาพยายามทดสอบลมหายใจด้วยมือที่สั่นเทา แล้วอึดใจหนึ่งหลังจากนั้นเขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ยังมี…ลมหายใจบางเบามาก…พวกเจ้าสักคนไปเร่งหน่อย ช่วยคนต้องรีบหน่อย ไปเชิญหมอเทวดามาเร็ว”
เขาเพิ่งจะพูดจบ ฉากบังลมในห้องก็ล้มลงมาทันที
แม้ว่ามันจะไม่ได้โดนตะเกียงดวงดาว แต่ลมที่ก่อตัวขึ้นในขณะที่มันหล่นลงมาทำให้ไฟตะเกียงที่เขาวางไว้ดับลง
“…” เจียงจิ้นลู