ยหายามาให้ศิษย์พี่สามมากมายเท่าไรแล้ว…”
“หรือว่าแม่นางที่ร่ายรำเมื่อวานทำให้ศิษย์พี่ใหญ่ไม่พอใจ ข้าหวังว่าศิษย์พี่ใหญ่จะเข้าใจเรื่องนี้หน่อย ถึงอย่างไรพ่อค้าก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะแสวงหาผลกำไร เขาก็ทำเพื่อที่จะหาอนาคตที่ดีให้กับหญิงสาวในครอบครัวเท่านั้น หากศิษย์พี่ใหญ่ไม่ชอบก็อย่าไปมองเสีย อย่าได้โกรธเคืองเลย” เจียงจิ้นลู่ค่อนข้างเจ้าอารมณ์
“ศิษย์พี่ใหญ่พูดต่อไป อย่าไปฟังเด็กโง่คนนี้เลย” จ้าวเสวียนจิ่งสรุปในภายหลัง
“…” เจียงจิ้นลู่ตกตะลึงไปทันที
เขา…ก็ยังไม่ได้พูดอะไรนี่…
เดิมทีก็เป็นศิษย์พี่ใหญ่ที่ทำตัวแปลกๆ ไม่ใช่หรือ…
“เจ้าวางใจได้ เขาเป็นคนโง่ เมื่อวานนี้ข้าก็รู้แล้ว ข้าจะไม่เก็บมาใส่ใจหรอก เพียงแต่นิสัยเขาอย่างนี้ต่อไปจะต้องต่อสู้ในราชสำนัก มันน่ากังวลจริงๆ” เซี่ยเฉียวลูบหน้าผากของตนเองราวกับว่านางเป็นห่วงเจียงจิ้นลู่จริงๆ กระนั้น
“…” เจียงจิ้นลู่ยิ่งจนใจ
นิสัยของเขาไม่ได้มีปัญหาอะไรนี่ ที่อาจารย์คอยกดเขาไว้ไม่ให้เขาไปสอบ นั่นเป็นเพราะเขาหน้าเด็กเท่านั้น…
มันไม่เกี่ยวอะไรกับนิสัยเลย
“ศิษย์พี่ใหญ่ช่วยอธิบายเรื่องที่ท่านพูดเมื่อครู่นี้อีกทีได้หรือไม่” จ้าวเสวียนจิ่งกลับเขาประเด็น
“ยังเป็นเจ้าที่พูดรู้เรื่องที่สุด” เซี่ยเฉียวยิ้มอย่างเมตตาให้จ้าวเสวียนจิ่งแล้วพูดต่อ “เป็นอย่างนี้ เมื่อวานนี้ข้าถามสาวใช้มาแล้ว และได้รู้ว่าบ้านนี้ยังมีคุณชายน้อยที่มีอายุมากกว่าศิษย์น้องห้าและรุ่นราวครา