ึกซึ้ง “ตลอดทางที่มานี้ศิษย์พี่ก็เป็นอย่างนั้น จริงเท็จจนข้ายากจะแยกแยะได้ ในวันสารทข้าได้เห็นศิษย์เปิดแท่นทำพิธีเรียกลมเรียกฝนกับตา ตอนนั้นลมพัดมาอย่างบ้าคลั่ง บรรยากาศมืดมน สิ่งที่เห็นเหมือนกับไม่ใช่โลกมนุษย์…ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วงศิษย์น้องสาม แต่บางทีศิษย์พี่อาจจะมีความสามารถจริงๆ ก็ได้”
เซียวอวี้หรงนึกถึงฉากที่เขาเห็นในขณะนั้นก็ยังรู้สึกอัศจรรย์ใจ
เจียงจิ้นลู่ยิ้มเยาะ “ความสามารเรียกลมและเรียกฝนเช่นนั้น ข้าเองก็ใช่ว่าจะไม่มีนี่?”
เซียวอวี้หรงชะงักไปทันที
เจ้าทำได้?
“ท่านกับข้าเล่าเรียนกับอาจารย์มาตั้งนานขนาดนี้ ได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับการเกษตรมาไม่น้อย มีหลายสิ่งที่คนรุ่นก่อนเขียนเอาไว้เกี่ยวกับฤดูกาลลมฝน สังเกตต้นไม้ใบหญ้าและนกมดแมลงล่วงหน้าก็สามารถบอกได้เหมือนกันว่าจะมีลมฝนเมื่อไรไม่ใช่หรือ”
เซียวอวี้หรงตระหนักในทันใด “เป็นอย่างนั้นจริงๆ หากอย่างที่เจ้าพูด การทำพิธีของศิษย์พี่ในวันนั้นก็มีแนวโน้มมากที่จะเกิดจากการคำนวณสภาพอากาศล่วงหน้า…”
“ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ ไม่เช่นนั้นศิษย์พี่จะไม่กลายเป็นเซียนเดินดินไปหรอกหรือ อาจารย์ยังเป็นเพียงบัณฑิตผู้ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่แม้แต่นักบุญด้วยซ้ำ แล้วศิษย์พี่ใหญ่จะก้าวล้ำหน้าอาจารย์ไปหนึ่งก้าวได้อย่างไร” คำพูดของเจียงจิ้นลู่มีเหตุผลมาก
เซียวอวี้หรงขบคิดมาหลายวันเรื่องที่เซี่ยเฉียวเรียกลมเรียกฝนได้
เขาคิดไม่ออกทุกครั้งว่าศิษย์พี่ทำได้อย่างไร
พอเขาได้