าเซียวอวี้หรงแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก
เขาดูเขินอาย และหากไม่ใช่เพราะแม่นางที่ออกมาร่ายรำพวกนั้นแต่งกายมิดชิด เขาก็คงจะร้องตะโกนออกมาแล้วว่า ‘ผิดศีลธรรม’
“ทำ…ทำไมคนบ้านนี้ถึงให้กุลสตรีออกมาร่ายรำต่อหน้าคนนอกที่เป็นผู้ชายกันล่ะ…” เซียวอวี้หรงเอ่ยกับเจียงจิ้นลู่ที่อยู่ข้างๆ เสียงเบา
แม้ว่าเจียงจิ้นลู่จะอายุน้อยกว่าเขาเป็นสิบปี แต่กลับนิ่งกว่า สีหน้าเขาไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย “ศิษย์พี่เซียวอาจจะไม่รู้ ครอบครัวอย่างพวกเขามักจะอยากผลักดันให้ลูกสาวของตนเองออกเรือนแต่งงานไป เดิมทีข้าก็ประหลาดใจมาก แต่หลังจากที่ได้เดินทางกับอาจารย์ไปทั่ว ข้าก็เห็นเรื่องแบบนี้มาจนไม่รู้สึกแปลกใจแล้ว”
ลูกศิษย์ของหลีซื่อเหยี่ยนหรือจะมีอนาคตไม่ดี?
หากถูกตาต้องใจเข้าแล้ว อย่าว่าแต่เป็นภรรยาเอกเลย ต่อให้เป็นอนุภรรยา เกรงว่านายท่านผู้เฒ่าตระกูลเหมิงผู้นี้ก็คงจะยินดี
เซียวอวี้หรงถอนหายใจ “การร่ายรำนั้นงดงามก็จริง แต่น่าเสียดายที่เป็นการร่ายรำเพื่อเอาอกเอาใจผู้ชาย มันไม่เหมาะสมจริงๆ”
แล้วยังใช้คนมากขนาดนี้
เขาพยายามกดสายตาให้ต่ำที่สุด
ท่าทางเช่นนั้นของเขาช่างไร้เดียงสาจริงๆ
เซี่ยเฉียวแอบเห็นว่า มีแม่นางน้อยสองสามคนจับจ้องเซียวอวี้หรงไม่วางตาโดยไม่รังเกียจว่าเขาอายุมากแล้ว
และดูเหมือนว่าการที่นางและเซียวอวี้หรง ‘อายุไล่เลี่ยกัน’ จะทำให้คนอื่นเข้าใจผิดได้ง่าย ดังนั้นหลังจากที่หญิงสาวเหล่านั้นมองเซียวอวี้หรงเสร็จแล้วก็จ