ซี่ยเฉียวหยิบตะเกียงเจ็ดกิ่งออกมา ตะเกียงเจ็ดกิ่งดวงนี้ค่อนข้างเล็กและแตกต่างจากที่นางเคยใช้ก่อนหน้านี้
นอกจากนี้เซี่ยเฉียวยังทยอยหยิบกรรไกร กระจก ตาชั่ง และไม้บรรทัดวิเศษออกมาทีละชิ้น จากนั้นก็พูดว่า “ให้ใครไปหาถังข้าวมาให้ที เอาข้าวมาด้วย ต้องการเยอะหน่อย”
จ้าวเสวียนจิ่งรับสั่งให้โจวเว่ยจงไปจัดการทันที “ออกไปซื้อมา พวกเราเพิ่งจะมาถึง จะไปรบกวนคนตระกูลเหมิงก็คงไม่ดี”
โจวเว่ยจงรับคำทันที
“ตระกูลเหมิงนี้มีเด็กที่มีคุณสมบัติดีอยู่คนหนึ่ง ดูเหมือนพวกเขาจะอยากให้ข้ารับเป็นศิษย์ แถมยังบอกอีกว่าหากข้าไม่ชอบใจก็ให้ลองพิจารณาลูกคนอื่นๆ ก็ได้ ข้าพักอยู่ที่นี่นานขนาดนี้ ทั้งยังได้รับการดูแลจากพวกเขา จึงไม่ควรที่จะปฏิเสธ รอให้ศิษย์น้องของพวกเจ้าดีขึ้นแล้วก็จะไปดูหน่อยว่าเด็กคนนั้นมีพรสวรรค์อย่างไรบ้าง” หลีซื่อเหยียนเอ่ย
เขามีหลักการในการรับศิษย์
พรสวรรค์ หน้าตา และอุปนิสัยล้วนต้องเป็นที่น่าพอใจ
อันที่จริงเขามีศิษย์มากพอแล้ว ตอนนี้มีถึงหกคน เดิมทีเขาก็ไม่คิดที่จะรับศิษย์อีกต่อไป
แต่เมื่อซังโหยวล้มป่วยลงในช่วงหลายวันมานี้ คนตระกูลเหมิงก็คอยดูแลเอาใจใส่มาก หากแม้แต่ความตั้งใจที่จะชี้แนะเด็กคนนั้นของบ้านนี้เขาก็ยังไม่มีให้ ก็คงจะเป็นการไร้น้ำใจเกินไป
“อาจารย์อายุมากขนาดนี้แล้ว หากท่านคิดว่าเด็กคนนั้นมีพรสวรรค์ที่ดี ก็ให้ศิษย์พี่รองรับไว้เป็นศิษย์ก็ได้” จ้าวเสวียนจิ่งเห็นท่าทางชายชราดูเหนื่อยล้าจึ