ยว
หลีซื่อเหยี่ยนเองก็รู้สึกได้เช่นกัน หลังจากที่เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็กลืนชื่อเรียกไปเมื่อครู่นี้กลับลงไป “นังหนู ตอนนี้หัวหน้านักพรตโม่เป็นอย่างไรบ้างแล้ว”
“ท่านอาจารย์…ศิษย์พี่เองก็สบายดี เงินทำบุญที่วัดสุ่ยเย่ว์ก็นับว่าไม่เลว ใช้ชีวิตได้ผ่อนคลายกว่าเมื่อก่อนมาก” เซี่ยเฉียวเอ่ยทันที
“เช่นนั้นก็ดี ปากของเขาไม่ยอมคนก็จริง แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นคนดี ข้าเองก็ไม่ได้พบเขานานแล้ว อยากจะไปแลกเปลี่ยนขอคำชี้แนะกับเขาอีกครั้งจริงๆ” หลีซื่อเหยี่ยนคิดถึงช่วงเวลาที่เขาอาศัยอยู่ในวัดสุ่ยเย่ว์เป็นอย่างมาก
ตอนนั้นนังหนูนี่…ยังเล็กมาก ตัวกะเปี๊ยกเดียว
บางครั้งขณะที่นางกำลังอ่านหนังสือกับเขา จู่ๆ เสียงของนางก็หายไป พอเขาหันไปมองดูอีกที นางก็เป็นลมไปแล้ว ใบหน้าไม่มีสีเลือดแม้แต่น้อย
หลายครั้งที่ลมหายใจของนางอ่อนแรงราวกับกำลังจะตาย โม่หลิงจื่อรู้สึกสงสารนางอย่างมาก และยังถึงกับโวยวายว่าจะไม่อนุญาตให้เขาสอนนางอ่านหลังสืออีก มันเหนื่อยเกินไปสำหรับนาง!
แต่หลังจากที่นังหนูฟื้นขึ้นมา นางยังคงกลับมาอ่านหนังสืออย่างจริงจังต่อไปโดยที่ไม่มีใครหยุดนางได้ทั้งนั้น
[1] สัตว์เดรัจฉาน ในที่นี้ชูเซิง ออกเสียงคล้ายกับคำว่า ซู่เซิง ซึ่งแปลว่าสัตว์เดรัจฉาน