มมือให้เขาบ้าง ไม่เช่นนั้นหากฆ่าเร็วเกินไปก็จะไม่สนุก แต่การเผชิญหน้ากับเซี่ยเฉียว เขาจะต้องตั้งใจมาก หากประมาทเพียงเล็กน้อยก็จะเดินผิดพลาดและแพ้ไปทั้งกระดานได้เลย
“ศิษย์น้องเดินหมากเก่งกว่ามือซ้ายของข้าอีก” เซี่ยเฉียวยังชมเขาอย่างจริงจัง
“…” จ้าวเสวียนจิ่งยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ “ศิษย์พี่เคยเดินหมากกับตัวเองมาก่อน?”
“ใช่สิ วัดเต๋านั้นน่าเบื่อมาก นอกจากดอกไม้ต้นไม้ ก็มีไก่เป็ดนกและแมลง อาจารย์เคยอยู่เป็นเพื่อนข้าสองปี แต่หลังจากที่อาจารย์จากไปแล้ว ข้าก็ไม่มีคู่มืออีกเลย” เซี่ยเฉียวเคยชินแล้ว
ชีวิตในวัดเต๋าของนางช่างน่าเบื่อถึงขีดสุด
อ่านหนังสือ เป็นลม เดินหมาก เป็นลม แกะสลักไม้ เป็นลม วาดภาพก็เป็นลม…
มันเป็นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และไม่เคยมีอะไรเหนือความคาดหมายเลยแม้แต่น้อย
ต่อมาร่างกายนางดีขึ้นจึงพอจะลงเขาไปเดินเล่นได้ แต่ช่วงแรกสถานการณ์เช่นนั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก เพราะพอนางลงเขาไปก็ยังเป็นลมเหมือนเดิม โชคดีที่นางเป็นลมแล้วก็ฟื้นเร็ว จึงไม่ต้องถึงกับนอนอยู่บนเตียงทุกวัน
ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยที่จะบอกว่า จากประสบการณ์ที่นางเป็นลมมาหลายปี นางถึงขนาดเรียนรู้วิธีทำให้ตัวเองดูดีและไม่น่าเกลียดในช่วงเวลาก่อนที่จะเป็นลม…
ฝึกฝนบ่อยๆ ทำให้เก่งขึ้นได้ไม่ใช่หรือ
เมื่อจ้าวเสวียนจิ่งได้ยินนางพูดอย่างนั้นก็อดรู้สึกเศร้าใจแทนนางไม่ได้
“ต่อไปหากต้องการเดินหมากก็มาหาข้าได้” จ้าวเสวียนจิ่งค่อนข้างค