วบคุมอารมณ์ตัวเอง
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ดีเลย เพียงแต่ข้าฉลาดมาตั้งแต่เกิด ไม่ว่าจะเรียนรู้อะไรก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เจ้าเดินหมากเก่งพอๆ กับข้า แต่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าก็อาจจะไม่เป็นอย่างนั้นแล้ว ดังนั้นหากเจ้ามีเวลาก็ควรอ่านหนังสือให้มากขึ้นเพื่อพัฒนาตัวเอง ต่อไปจะได้ยืนหยัดสู้กับข้าได้นานขึ้นหน่อย”
“ข้าขอคืนคำพูดเมื่อครู่นี้ไปให้ศิษย์พี่ด้วยเหมือนกัน” จ้าวเสวียนจิ่งไม่ยอมลงให้นาง
เซี่ยเฉียวหัวเราะเสียงดัง
คอยดูเถอะไม่ช้าก็เร็ววันใดวันหนึ่งข้าจะจัดการเขาให้พ่ายแพ้ยับเยิน เห็นหมากแต่ก็ไม่สามารถหยิบมันขึ้นมาได้ ต้องคุกเข่าร้องขอชีวิตจากจอมยุทธ์อย่างข้าทันที
อย่ามองชีวิตของนางสั้น นางมีความกระตือรือร้นสูง และจะไม่ยอมแพ้อย่างเด็ดขาดยามต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้
พอตกเย็นก็เป็นเวลาที่เซี่ยเฉียวควรจะจากไปแล้วด้วยเหตุผลเรื่องความแตกต่างระหว่างชายหญิง แต่…นางกลับคว้าตัวจ้าวเสวียนจิ่งไว้อย่างไร้ยางอายเพื่อเดินหมากกับนางทั้งคืน!
หลังจากวันสารทผ่านพ้นไปแล้ว อารมณ์ของเซี่ยเฉียวก็ผ่อนคลายขึ้นมาก
แม้ว่าในช่วงครึ่งหลังของเดือนจะยังคงมีวิญญาณอยู่มากกว่าปกติ แต่ความเข้มข้นของพลังหยินนี้ไม่เพียงพอที่จะทำให้นางกังวลว่าจิตของนางจะไม่มั่นคงจนถูกวิญญาณเข้าครอบงำได้
เนื่องจากล่าช้าไปหนึ่งวัน ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเพิ่มความเร็วในการเดินทางขึ้นอีก แล้วพวกเขาก็เดินทางมาถึงป้อมเหมิงจยาในอีกหลายวันถัดมา
ตอน