อวี้หรงรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
“ไม่มีอะไรมากไปกว่าที่ศิษย์พี่รู้แจ้งหยินหยาง ข้ารู้แล้ว” เซียวอวี้หรงยังคงไร้เดียงสา
ก็แค่รู้แจ้งหยินหยางเท่านั้น นักพรตคนไหนก็เป็นเช่นนี้กันทั้งนั้น
จ้าวเสวียนจิ่งยิ้มเล็กน้อย “วันนี้ศิษย์พี่ใหญ่ของเราน่าจะเอาเหล้าให้วิญญาณดื่ม วิญญาณตนนี้…ก็น่าจะยืนอยู่ใกล้ๆ กับศิษย์พี่เซียวในระยะไม่เกินสามก้าว”
“เจ้ารู้ได้อย่างไร” เซี่ยเฉียวค่อนข้างประหลาดใจ
“เมื่อครู่ท่านมองไปที่ตรงนั้นตลอด”
เซี่ยเฉียวรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย นางนึกว่ารัชทายาทเองก็สามารถมองเห็นได้แล้วเสียอีก
“วิญญาณ?” เซี่ยวอวี้หรงหัวเราะออกมาทันที “พวกเจ้านี่ล้อเล่นเก่งจริงๆ วิญญาณจะมาอยู่ข้างๆ ข้าได้อย่างไร ข้าไม่ได้ทำอะไรไม่ดีย่อมไม่ต้องกลัวผีสาง ข้าไม่เคยทำเรื่องที่ต้องละอายใจ…”
เซียวอวี้หรงยืนหยัดในศักดิ์ศรีของตัวเอง เขาดูสงบนิ่งมาก
ในความคิดของเซี่ยเฉียวพวกบัณฑิตมักจะไม่ค่อยใจกล้า ตัวอย่างเช่นเวินหลันเฉิงผู้นั้น ตอนที่พวกเขาพบเจอเรื่องนี้ที่ชานเมืองเมื่อไม่กี่วันก่อน จ้าวเสวียนจิ่งและพี่ชายใหญ่ของนางมีสีหน้าสงบปกติดี จะมีก็แต่เวินหลันเฉิงนี่แหละที่หน้าซีดเซียวดูไม่ค่อยดีนัก
เซียวอวี้หรงก็น่าจะเหมือนกันสิ
นึกถึงว่าเขาจะสงบสติอารมณ์ได้ ความกล้าหาญของเขาไม่เลวเลยจริงๆ?
“ความคิดของศิษย์น้องเซียวนั้นถูกต้องอย่างยิ่ง หากเจ้ามีคุณธรรมในใจ พวกลัทธิมารอะไรก็ไม่กล้ารุกราน วิญญาณที่ข้าส่งไปวันนี้มีชีวิตก