้ เจ้าก็จำไม่ได้เสียเล่า” มู่หลิงลั่วแลบลิ้นบอกว่า “ข้าไม่สนใจคนที่อ่อนแอกว่าข้าหรอก อีกอย่างเจ้าคนพวกนั้นก็น่าเบื่อนัก แต่ละคนวรยุทธ์ไม่ได้เรื่องแต่หยิ่งยโสเป็นที่สุด ข้าไม่ชอบ”
เจียงฉางเซิงขมวดคิ้ว “อีกฝ่ายระดับขั้นต่ำกว่าเจ้าหนึ่งขั้น แต่เกือบเอาชนะเจ้าได้ ดูท่าใจเจ้าก็หยิ่งยโสอยู่เหมือนกัน หลังจากนี้เจ้าต้องจำไว้เป็นบทเรียน ยามเผชิญหน้าศัตรูต้องรับมืออย่างจริงจัง เอาชนะเขาให้เร็วที่สุด หากเป็นการต่อสู้ที่เดิมพันด้วยชีวิต ยิ่งต้องสังหารศัตรูอย่างเต็มกำลัง ประมาทมิได้ อวดดีมิได้”
มู่หลิงลั่วพยักหน้า นางคว้าแขนของเจียงฉางเซิงมากอดแล้วถามเสียงน่าสงสาร “พี่ฉางเซิง ท่านชมข้าหน่อยไม่ได้หรือ”“ได้สิ เจ้าเก่งกาจมาก”“ก็แค่พอใช้ได้เท่านั้นแหละ เมื่อใดข้าเอาชนะพี่ฉางเซิงได้ถึงจะนับว่าเก่งกาจอย่างแท้จริง”“ชั่วชีวิตนี้เจ้าคงไม่มีโอกาสนั้น”“น่าชังนัก ถ้าอย่างนั้นมาฝึกวิชากันตอนนี้เลย!”“มาก็มาสิ”
ทั้งสองคนลุกขึ้นแล้วเริ่มประลองฝีมือ ยามอยู่ต่อหน้ามู่หลิงลั่ว เจียงฉางเซิงรู้สึกว่าตนเองอ่อนเยาว์ลงไปมากนัก เรื่องนี้น่าสนใจมากทีเดียว สุดท้ายการประลองหนนี้ย่อมจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของมู่หลิงลั่ว
ดวงจันทราลับขอบฟ้า ดวงตะวันโผล่พ้นขอบเขา เจียงฉางเซิงตื่นจากความฝัน เขาเดินออกจากห้องมาใต้ต้นวิญญาณปฐพีแล้วเริ่มฝึกวิชา ยามเที่ยงวันของวันนี้ จู่ๆ ทะเลเมฆบนท้องนภาก็ปั่นป่วน พลังแห่งโชคชะตาทั่วหล้าเคลื่อนตัวอย่