าเหลวไหลให้มันน้อยๆ หน่อยก็แล้วกัน ปากของพวกข้าน่ะปิดสนิทอยู่แล้ว” โจวเว่ยจงฝืนใจเอ่ยออกมา
ใต้เท้าเซี่ยผู้น้อยนี้ยังไม่ยอมปล่อยมือจากลูกพี่ลูกน้องของเขาจนถึงตอนนี้
เขาไว้หน้าเซี่ยผิงกั่งสิจึงจะแปลก
“ข้าอาจจะพูดจาไม่ดีแต่ไม่ได้ไร้เหตุผล คิดดูว่าคนที่เก่งกาจอย่างปรมาจารย์แต่กลับติดอยู่กับรูปลักษณ์ภายนอก ช่างน่าเสียดายจริงๆ” เซี่ยผิงกั่งตบปากตัวเอง
อย่างไรก็ตามปรมาจารย์ผู้นี้ไม่ได้มีใกล้ชิดสนิทสนมอะไรกับเขา ดังนั้นเขาพูดโน้มน้าวแค่สองสามคำก็พอแล้ว ไม่เหมาะที่จะพูดมากไปกว่านี้
หลังจากที่เซี่ยเฉียวพักผ่อนอยู่ครู่หนึ่ง นางก็ให้ทุกคนจัดการเอากระดูกทั้งหมดที่อยู่ในสุสานออกมา แล้วที่ตรงนี้ทั้งหมดให้ราบเรียบ และจัดการต้นไม้ทั้งห้า จะย้ายที่ปลูกหรือตัดเสียก็ได้ทั้งนั้น
งานพวกนี้ไม่ใช่น้อยๆ เลย พวกเขาจึงต้องตั้งค่ายค้างแรมอยู่ที่นั่นต่อ
แต่คืนนี้สบายกว่าคืนที่ผ่านมามากนัก
ลมพัดมาเบาๆ รอบด้านมีหิ่งห้อยบินไปมา ส่องแสงกระพริบวิบวับ กระพือปีกไม่หยุด น่ารักมากจริงๆ
และยังมีสัตว์ป่าที่ล้มได้เมื่อคืน พอบวกกับเครื่องปรุงที่เซี่ยเฉียวนำมาก็มีรสชาติอย่างยิ่ง สะดวกสบายอย่างมาก
เซี่ยเฉียวที่มีบทเรียนแล้วก็ระมัดระวังตัวมากขึ้น หลังจากนางกัดกินไปสองสามคำก็ต้องคอยระวังเครื่องแปลงโฉมของนาง จะได้ไม่เผยพิรุธอีก
แต่ท่าทางที่นางให้ความสนใจกับมันเช่นนั้นกลับทำให้พวกของเซี่ยผิงกั่งยิ่งดูว่าผิดปกติ
“ฝ่าบาท น่าเสียดา