กิจการให้หลานชายเกินหน้าเกินตาลูกๆ ของตนเองได้อยู่แล้วนี่?
ดังนั้นจึงไม่มีใครสนใจเขา
ตอนที่เซี่ยเฉียวมาถึง นางก็เห็นชายคนนี้กำลังเดินออกจากบ้านไปพอดี
เขาก็ไม่ได้ผอมมากมายอะไรนัก โหงวเฮ้งบนใบหน้ามีความมืดมนอยู่บ้าง
“เป็นอย่างไรบ้างปรมาจารย์ คนคนนี้จบเห่แล้วหรือยัง” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยถาม
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “อืม ก็อย่างที่โบราณว่าไว้ จุดอิ้นถังหมองคล้ำเป็นลางร้าย ก่อนหน้านี้เขานับว่ามีบรรพบุรษที่ค่อนข้างร้ายกาจคอยคุ้มครอง ดังนั้นแม้ว่าพลังหยินจะรุกราน แต่เขาก็ยังสามารถรอดอยู่ได้ แต่ตอนนี้วิญญาณตนนั้นถูกข้าจับได้แล้ว ตัวเองยังเอาไม่รอด แล้วจะมีความสามารถมาคุ้มครองเขาได้อย่างไร ดูจากโหงวเฮ้งของเขาแล้ว ไม่เกินสามวันเขาจะต้องตายแน่”
“ข้าจะเข้าไปถามอะไรหน่อย” เซี่ยผิงกั่งเดินเข้าไปหาเขาทันที
เซี่ยผิงกั่งรูปร่างสูงใหญ่ พอเขาปรากฏกายก็เห็นว่าคนผู้นั้นหลบไปข้างๆ ด้วยตัวสั่นเทาทันที เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนขี้กลัวคนหนึ่งจริงๆ
“หลบทำไม ข้ามาหาเจ้านั่นแหละ” เซี่ยผิงกั่งขวางทางเดินของเขาทันที “บรรพบุรุษของเจ้าคอยเก็บวิญญาณไปทั่ว เจ้ารู้เรื่องนี้หรือไม่”
หลี่เหยียนได้ยินเช่นนั้น สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไปทันที
เซี่ยผิงกั่งสอบสวนคนมามาก พอเห็นท่าทางของเขาเป็นเช่นนั้นมีหรือจะไม่เข้าใจ
“ที่แท้เจ้าก็รู้เรื่องจริงๆ” เซี่ยผิงกั่งยิ้มเยาะออกมาทันที “เช่นนั้น…เจ้าก็ทำกรรมไว้เองจนไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้อีกต่อไป”