างที่คาดไว้ หลังจากที่วิญญาณเหล่านี้ถูกกระดิ่งเรียกวิญญาณของเซี่ยเฉียวดึงดูดเข้ามาแล้ว แต่ละตนก็พากันมองหน้ากันไปมา
แม้ว่าจะมีวิญญาณสองตนที่ต้องการต่อต้านขัดขืน แต่เมื่อเห็นว่าวิญญาณตนอื่นไม่เคลื่อนไหว และรู้ว่าโอกาสชนะมีน้อย พวกเขาทั้งหมดก็ทำตัวสงบเสงี่ยม
เซี่ยเฉียวเก็บวิญญาณไปทีละตัวๆ
วิญญาณที่แปดเปื้อนคาวเลือดกับวิญญาณที่ไม่เคยจะได้รับการปฏิบัติแตกต่างกัน
เซี่ยเฉียวจะเย็นชากับพวกแรกอยู่บ้าง แต่ยามเผชิญหน้ากับพวกหลังนางก็จะผ่อนปรนหน่อย แน่นอนว่า หากเทียบกับวิญญาณเมืองหลวงที่ทำตัวเรียบร้อยพวกนั้นแล้วยังแย่กว่าบ้าง
วิญญาณที่ยังไม่เคยแปดเปื้อนเลือดพวกนี้ก็แค่…ยังไม่ทันได้ทำเท่านั้น
เซี่ยเฉียววุ่นวายอยู่กับเรื่องนี้ตลอดบ่าย
นางเหน็ดเหนื่อยพอสมควร ฝีเท้าไม่มั่นคงเท่าไรนัก เซี่ยเฉียวปาดเหงื่อบนหน้าผาก แล้วนั่งลงบนหินก่อน สองตามองท้องฟ้า
“ปรมาจารย์โม่ เมื่อครู่นี้ข้าอยากจะพูดอยู่พอดีว่า ใบหน้าของท่าน…เปื้อนอะไรสกปรกหรือไม่” เซี่ยผิงกั่งชี้ไปที่หน้าผากเซี่ยเฉียว
“สกปรก?” เซี่ยเฉียวชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นนางก็ยื่นมือไปจับหน้าผาก
พอจับแล้ว ‘หนัง’ ชิ้นหนึ่งก็หลุดออกมา
ทุกคนตกใจ
ตอนที่ปรมาจารย์ออกจากสุสาน พวกเขาก็สังเกตเห็นสิ่งที่อยู่บนหน้าผากของปรมาจารย์แล้ว แต่ในขณะนั้นนางกำลังยุ่งอยู่ พวกเขาก็เลยไม่กล้าพูด แต่คาดไม่ถึงว่าแค่เกา ผิวหนังชิ้นนั้นก็หลุดร่วงลงมาทันที?!
ระทึกขวัญยิ่งนัก
ลมหายใจ