กษณ์ตนนี้ร้องห่มร้องให้คงจะทำให้นางรู้สึกว่าเขาน่าสงสารมาก หากเมื่อครู่นี้นางไม่ได้เห็นว่าเขาวางท่าใหญ่โตกลั่นแกล้งผู้คนอย่างไร
“เจ้าคิดมากไปแล้ว เขาไม่ได้ทำความผิดอะไรต่อมนุษย์ผู้อื่น ต่อให้เขาจะขุดสุสาน แต่นั่นก็เป็นสุสานของบรรพบุรุษเขาเอง ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องจับเขา ที่ข้าให้เจ้าบอกชื่อทายาทของเจ้ามาก็เพราะ…ข้าจะไปดูด้วยตัวเองว่าชะตาชีวิตของเขาได้รับผลกระทบจากเจ้าจนน่าอนาถเพียงใด” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างเฉยเมย ท่าทางเย็นชาไร้อารมณ์ยิ่ง
วิญญาณตนนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง “ได้รับผลกระทบจากข้า…หมายถึงอะไรหรือ…ปรมาจารย์! ท่านหมายความว่าอย่างไร!”
“เจ้าเป็นวิญญาณก็น่าจะรู้ว่า หากเจ้าก่อกรรมทำชั่วหลังจากตายไปแล้วก็จะต้องได้รับผลกรรม แล้วผลกรรมนี้จะไปตกอยู่ที่ใครเล่า ทายาทก็เป็นหนึ่งในนั้น”
“นอกจากนั้น ตอนที่ทายาทของเจ้ามาที่สุสานนี้เขาก็น่าจะกราบไว้เจ้าก่อนใช่หรือไม่ ความสัมพันธ์ของพวกเจ้าย่อมเกี่ยวโยงกันแล้ว” เซี่ยเฉียวเอ่ย
ผลกรรมจะมากมายเท่าไรนั้นเซี่ยเฉียวก็ไม่รู้ แต่นางรู้ว่าที่แห่งนี้มีฮวงจุ้ยไม่ดี นอกจากนี้ มนุษย์คนหนึ่งไปไหนมาไหนกับวิญญาณที่มีพลังหยินชั่วร้ายมากผิดปกติตนหนึ่งทั้งวี่ทั้งวันอย่างนั้น ร่างกายของเขาจะต้องเสียหายอยู่แล้ว
ตามที่นางคาดเดา ทายาทของเขาคงจะไม่ได้อายุยืนเท่าไรแล้ว
วิญญาณตนนั้นตะลึงไปเพราะคำพูดของเซี่ยเฉียว
เขาไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้มาก่อนเลย…
แต่เขาก็รู้ ตอนที่เขาเพิ