จเจ้าหรอกนะ” สีหน้าเซี่ยเฉียวนิ่งเฉย
จ้าวเสวียนจิ่งกลับไม่รู้สึกติดขัดเมื่อมองเห็นตัวตนที่เปลี่ยนไปมาของเซี่ยเฉียว
“ปะ…ปรมาจารย์!” วิญญาณตัวสั่นเทาเล็กน้อย พอเขาอ้าปาก คางก็หล่นลงมาทันทีจนต้องรีบใส่กลับเข้าไป “ไปไหน…”
“ไปหาตำแหน่งที่ท่านเซียนของเจ้าอยู่ไง เป็นโลงศพหรือว่าหลุมศพ ถึงอย่างไรก็ต้องมีสักที่กระมัง“ เซี่ยเฉียวเอ่ยช้าๆ ด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจเป็นพิเศษ
ท่าทางของนางเช่นนี้ทำให้เซี่ยผิงกั่งรู้สึกว่าเรื่องนี้สามารถจัดการได้แล้ว
“ข้า…” วิญญาณอึกอักลังเล
จากนั้นจู่ๆ ปรมาจารย์ก็โยนกระดาษยันต์สีเหลืองออกไปกลายเป็นเปลวไฟจางๆ และหากไฟนั้นเผาไหม้ร่างวิญญาณ วิญญาณนั้นก็คงจะมอดไหม้ดับสลาย
“ได้…” วิญญาณรีบตอบรับด้วยความหวาดกลัว
เซี่ยเฉียวเพิ่งจะหันไปมองจ้าวเสวียนจิ่งในเวลานี้ “ไปเถอะ พวกเราไปหารังของพวกเขากันก่อนเพื่อทำความเข้าใจเรื่องราวให้ละเอียด”
องครักษ์เหล่านี้ล้วนแต่มีพลังหยางแข็งแกร่ง ฉินจื้อที่มีพลังหยางพร่องก็ถูกส่งตัวกลับไปเมืองหลวงแล้วก็อยู่ในนั้นไม่ได้ออกมาอีก
แต่เซี่ยเฉียวก็ยังมอบยันต์ให้พวกเขาทุกคนไว้เพื่อรับประกันความปลอดภัย
เดิมทีองครักษ์เหล่านี้อยากที่ค้นภูเขาลูกนี้ก่อนที่ปรมาจารย์โม่จะมา แต่รัชทายาทไม่อนุญาต
รัชทายาทบอกว่าที่แห่งนี้มีพลังหยินรุนแรง พวกเขาเองก็ยังไม่รู้ไม่เข้าใจเรื่องหยินหยางพวกนั้นอีก หากบังเอิญไปแตะต้องอะไรที่ไม่ควรเข้ากลับจะเป็นเรื่องแย่
สัตว์ป่าที่อย