ู่บนพื้นพวกนั้นเพิ่งจะถูกพวกเขาเผากินเป็นอาหารไปบ้างแล้วเมื่อครู่นี้ ที่เหลือก็ถูกมัดแขวนไว้บนหลังม้า
พวกเขาทิ้งคนไว้สองคนเพื่อให้จูงของกลับไป ส่วนคนที่เหลือก็ติดตามเซี่ยเฉียวไป
“ปรมาจารย์ พวกที่มาจากวัดเต๋าอย่างท่าน พอเห็นพวกวิญญาณแล้วก็ล้วนแต่บุกเขาไปโดยไม่ห่วงความปลอดภัยของตนเองอย่างนี้กันหมดเลยหรือ” หลังจากที่พวกเขาออกเดินไปได้สักไม่กี่ก้าว เซี่ยผิงกั่งก็ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปถามใกล้ๆ
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ก็ประมาณนั้นแหละ”
ในเมื่อเรียนทักษะด้านนี้มาแล้วก็ย่อมต้องรับผิดชอบบางอย่างด้วย
ต่อให้เป็นอาจารย์ชราที่ไม่เอาไหนของนางผู้นั้นก็ต้องทำความดีเพื่อสั่งสมบุญบ้างทุกปี มิฉะนั้นทักษะความสามารถที่มีทั้งหมดก็จะไร้ประโยชน์
“น้องสาวของข้าสุขภาพร่างกายไม่ดีมาแต่เกิด อยู่รอดไปวันๆ เท่านั้น ท่านปรมาจารย์พอจะพูดกับนังหนูนั่นหน่อยได้หรือไม่ว่า ให้นางยุ่งเรื่องพวกนี้น้อยๆ ลงหน่อย”
เซี่ยผิงกั่งทำหน้าหนา “ไม่ใช่ว่าข้าตระหนี่ขี้เหนียวเห็นแก่ตัวหรอกนะ แต่เป็นเพราะนังหนูนั้นผิดปกติมาตั้งแต่เด็ก ต้องติดตามใช้ชีวิตอยู่กับนักพรตเฒ่า ตอนนี้ในที่สุดนางก็ได้กลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว ข้าก็หวังว่านางจะเป็นแค่กุลสตรีธรรมดาๆ คนหนึ่ง และแต่งงานมีลูกในอนาคต”
“…” ยากนักที่เซี่ยเฉียวจะได้ยินคำพูดที่อบอุ่นถึงขนาดนี้จากปากเซี่ยผิงกั่ง นางจึงรู้สึกละอายใจอยู่บ้าง
แต่ว่านางยังไม่ทันได้รู้สึกถึงความอบอุ่นนั้น เ