้กับคำพูดของเซี่ยผิงกั่งที่สมควรโดนอัดสักทีแบบนี้!
“นางขาดบุญหนัก หากนางไม่ทำความดี ไม่สะสมบุญเอาไว้ นางจะตายได้ เจ้าไม่เข้าใจ” เซี่ยเฉียวกลอกตาใส่เขา
เซี่ยผิงกั่งเงียบไปครู่หนึ่ง “มีทางนี้ทางเดียวเท่านั้นที่จะสร้างบุญได้? นางก็เป็นคนเหมือนกัน ทำไมชีวิตนี้ของน้องสาวข้าจึงได้โชคร้ายอย่างนี้ หรือว่า…”
“เป็นเพราะท่านพ่อท่านแม่ท่านตาของข้าทำความชั่วไว้มากเกินไป นางจึงต้องมารับผลกรรม? แต่มันก็ไม่ควรเป็นอย่างนั้นนี่ นางเป็นแค่ทารกน้อยคนหนึ่ง ทั้งยังไม่ได้ทายาทสืบสกุลเสียหน่อย หากจะต้องรับผลกรรม ก็ควรให้เขาเป็นคนรับไปมากกว่าสิ? หากเป็นไปไม่ได้จริงๆ ข้ายังมีน้องชายคนหนึ่งด้วยนี่ เจ้าโง่นั่นไม่จำเป็นเท่าไรหรอก ดวงตาและร่างกายผอมแห้งอย่างนั้น เปลี่ยนไปให้เขารับแทนได้ไหม”
“…” เซี่ยเฉียวแทบจะทนไม่ไหวแล้ว
เป็นไปไม่ได้!
“ขุนนางเซี่ย เรื่องผลกรรมเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งเพ” จ้าวเสวียนจิ่งเองก็ทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว “บางทีอาจจะเป็นเพราะสวรรค์เห็นว่าแม่นางเซี่ยฉลาดหลักแหลมมาตั้งแต่เกิด จึงจงใจให้นางรับผิดชอบหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่บางอย่างก็ได้”
“เหลวไหล…” ทั้งเพ
เซี่ยผิงกั่งพูดคำแรกออกมาก่อน แล้วจึงนึกได้ว่าอีกฝ่ายคือรัชทายาท เขาจึงต้องฝืนทนกล้ำกลืนคำสุดท้ายลงไป
คนฉลาดมีเยอะแยะเต็มไปหมด อาจารย์ที่สำนักศึกษาหลวงหาได้ถมไป แต่ละคนต่างก็มีความสามารถมีสมองใช้การได้ดีกันทั้งนั้น!
ต่อให้แย่แค่ไหน แต่รัชทายาทพูดอย่าง