ี้
เขากับรัชทายาทเคยติดตามปรมาจารย์โม่เดินทางไปอำเภอสวินมาก่อน เขาเองก็รู้ว่า เมื่อวิญญาณบนโลกใบนี้แผลงฤทธิ์ก็จะสามารถสร้างผลกระทบต่อสัตว์พวกนี้ได้
ดังนั้นจึงมีโอกาสมากที่ไก่ป่าตัวนี้จะได้รับอิทธิพลเข้าจนวิ่งวุ่นไปทั่ว
เขารีบจัดการตามที่รัชทายาทรับสั่งทันที
หลังจากที่จับไก่ป่ามามัดขาแล้ว เขาก็ปล่อยมันให้เดินไป
มันกระพือปีกบินขึ้น ประเดี๋ยวก็บินประเดี๋ยวก็กระโดดอยู่ครู่หนึ่ง พยายามมุ่งไปยังทิศทางเดียว
“แย่แล้ว! ข้าได้ยินเสียงมากมายเหมือนเสียงกีบเท้าม้า ไม่รู้ว่าเป็นสัตว์อะไร!” อวี๋เซียนแนบหูลงกับพื้นเพื่อฟังเสียงความเคลื่อนไหว แล้วใบหน้านางก็ซีดเผือดไร้สีเลือด
เฝิงหยิงหยิงเองก็หดศีรษะด้วยความกลัว น้ำเสียงของนางสั่นเทา “ไฟกำลังจะดับแล้ว…”
นางเพิ่งพูดจบ เสียงไฟนั้นก็ริบหรี่ลงไปทุกที
อวี๋เซียนลุกขึ้นทันที นางถือดาบในมือพร้อมที่จะต่อสู้ครั้งใหญ่
แต่แล้วในเวลานั้นนางกลับได้ยินเสียงการต่อสู้ดังขึ้น
“ไม่ใช่สัตว์ร้ายหรอกหรือ” มือของอวี๋เซียนที่ถือดาบก็สั่นสะท้านเล็กน้อยเช่นกัน “กลางดึกอย่างนี้ คงจะไม่ใช่พวกโจรหรอกนะ?”
“มีคนมาช่วยแล้ว” เซี่ยเฉียวเองก็ยังถอนหายใจด้วยความโล่งอก
นางทำนายก่อนหน้านี้ว่าวันนี้จะเป็นวันที่ถึงตายได้จริงๆ
อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เก้าในสิบคือตาย แต่ก็ยังมีหนึ่งโอกาสที่จะรอด
ยิ่งกว่านั้น แม้จะไม่มีใครมา นางก็จะพยายามอยู่ให้ถึงที่สุด อย่างมากก็แค่ใช้ทุ