เฉียวฟังการสนทนาของทั้งสองคนข้างๆ จนสมาธิของนางแทบจะหลุดแล้ว
โชคดีที่ทั้งสองไม่พูดอะไรไร้สาระต่อไปหลังจากที่ตกลงกันได้แล้ว ไม่อย่างนั้นนางคงไม่สามารถท่องคาถานี้ต่อไปได้จริงๆ
ตอนที่เซี่ยเฉียวกำลังร่ายคาถา วิญญาณที่เดิมทีกำลังใกล้เข้ามาทีละก้าวก็มองมายังทิศทางของพวกนางด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าที่จะเข้าใกล้อีกต่อไป
แต่ตอนนี้ที่พวกนางถูกพบแล้ว ประกอบกับกลิ่นอายของมนต์คาถาที่โดดเด่น พวกนางจึงดึงดูดความสนใจของวิญญาณตนอื่นอย่างช้าๆ
พวกเขาเริ่มลอยมาที่นี่
เสียงใบไม้ กรอบแกรบ ฟังดูเหมือนเสียงกลองปลุกพลังซึ่งทำให้คนที่ได้ยินจิตใจว้าวุ่น
“สามคนนี้ตามพวกเรามาตอนกลางวัน!” วิญญาณตนหนึ่งกระโดดอกมาแล้วชี้ไปที่พวกเซี่ยเฉียว
วิญญาณพวกนี้วนอยู่บนพื้นรอบกายของเซี่ยเฉียวอย่างตื่นเต้น
แขนข้างหนึ่งค่อยๆ คืบคลานเข้ามาทีละเล็กทีละน้อยเหมือนงู
ค่อยๆ มาถึงข้างกายของเซี่ยเฉียวอย่างช้าๆ
ก่อนจะลองสัมผัสดูเล็กน้อย
แล้วมันก็หายวับไปทันที
ยันต์และคาถาป้องกันตัวของปรมาจารย์ไม่ใช่ของเล่น
“แขนของข้าหายไปแล้ว…” วิญญาณโมโหขึ้นมาทันทีก่อนจะลอยขึ้นไปกลางอากาศ และตะโกนใส่เซี่ยเฉียวไม่หยุด “คืนแขนของข้ามานะ…นั่นมันแขนของข้า แขนของข้านะ!”
“…” เซี่ยเฉียวแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน
“พวกเรากรีดร้องโวยวายไปก็ไม่มีประโยชน์ ยันต์คาถาของคนคนนี้มีพลังมาก! นางต้องเป็นปรมาจารย์ที่คอยจับวิญญาณเป็นแน่”
“แต่นางดูไม่เหมือนนักพรตเลยนี่!”
“ตอนนี้พ