คลื่อนไหวใหญ่โตราวกับผู้ชายอกสามศอกคนหนึ่ง มือนั้นวาดโค้งเกินจริง ท่าทางคล้ายกับพวกทหารเมามายที่นางเคยเห็นในค่ายทหารเรือตอนเป็นเด็กไม่มีผิด!
“นี่…สามารถปัดเป่าวิญญาณชั่วร้ายได้จริงหรือ” อวี๋เซียนไม่แน่ใจอยู่บ้าง
ท่าร่ายรำเช่นนี้ในค่ำคืนมืดมิดนั้นดูน่ากลัวมากกว่า
“ข้าก็ไม่รู้ แม่หมอที่บ้านเกิดของข้าก็ทำแบบนี้” สีหน้าเฝิงหยิงหยิงดูจริงจัง “หากมันไม่ได้ผล…อาจารย์อวี๋ เจ้าสวดมนต์เป็นไหม”
“คัมภีร์วิถีเต๋า[1] หรือกายวัชระ ข้าท่องได้เพียงสองอย่างนี้เท่านั้น” อวี๋เซียนรู้สึกเขินอาย
เดิมทีนางไม่สามารถท่องได้แม้แต้เล่มเดียว แต่หลังจากที่ถูกปู่ย่าขังไว้เป็นเวลาสามปี ตลอดสามปีมานี้นางออกไปไหนไม่ได้เลย และถูกบังคับให้ปักผ้าอ่านตำราสำหรับผู้หญิง หรือไม่ก็คัดลอกพระคัมภีร์เพื่อสวดอ้อนวอนขอพร
“ก็น่าจะใช้ได้หมดนะ แต่แม่นางเซี่ยกำลังท่องคาถาของลัทธิเต๋า หากอย่างนั้นเจ้าท่องคัมภีร์วิถีเต๋าจะดีกว่า” เฝิงหยิงหยิงแนะนำ
อวี๋เซียนพยักหน้าตกลง
นางเหลือบมองไปที่เซี่ยเฉียวซึ่งนั่งขัดสมาธิแล้วทำตามทันที
นางเลียนแบบท่าทางของเซี่ยเฉียว เมื่อมองดูท่านิ้วของเซี่ยเฉียว อวี๋เซียนก็สับสนเล็กน้อย
“นิ้วมือของแม่นางเซี่ยนี่ทำมาจากเส้นบะหมี่หรืออย่างไร มันอ่อนไปหน่อย ข้าทำไม่ได้”
นิ้วทั้งห้านี้กำลังจะพันกันอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีความงดงามที่อธิบายไม่ได้ มันดูข่มคนได้จริงๆ
อวี๋เซียนยอมแพ้และเริ่มท่องคัมภีร์แต่โดยดีทันที
เซี่ย