ตาของเฝิงหยิงหยิงช่างใสซื่อบริสุทธิ์ จนทำให้เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าความนับถือตนเองของนางถูกเหยียบย่ำลงไปกับพื้น
จะพูดว่านางเป็นอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น แต่หากจะพูดว่าความสามารถของนางใช้ไม่ได้ อย่างนั้น…นางไม่ยอม
เซี่ยเฉียวนั่งขัดสมาธิแล้วโบกมือเรียกเฝิงหยิงหยิง “ครึ่งเซียนจะดูลายมือให้เจ้าดีไหม”
“ครึ่งเซียน? พี่หญิงเซี่ย ทำไมท่านยังทำตัวเหมือนพวกต้มตุ๋นหลอกลวงด้วยเล่า” แววตาของเฝิงหยิงหยิงเป็นประกายขึ้นมาทันที “พี่หญิง ท่านทำนายให้ข้า ข้าก็จะทำนายให้ท่านด้วย ข้ามองคนแม่นมากนะ!”
มุมปากเซี่ยเฉียวกระตุกไม่หยุด สายตาก็จ้องนางเขม็ง
“เจ้าจะทำนายให้ข้า?” นางโตมาขนาดนี้ก็เพิ่งเคยจะพบคนที่กล้าพูดอย่างนี้เป็นคนแรก
“ใช่สิ ถึงอย่างไรก็แค่ทำนายเล่นๆ เท่านั้น…” พอนางพูดจบก็เห็นว่าใบหน้าสงบนิ่งของเซี่ยเฉียวดูเหมือนจะพังทลายลงเล็กน้อย นางงุนงงอยู่บ้างก็เลยเอ่ยขึ้น “หรือว่า…ให้ข้าเริ่มก่อน”
นางจับมือของเซี่ยเฉียวขึ้นมา
นิ้วมือของนางแตะบนฝ่ามือของเซี่ยเฉียวไปมา “มือของท่านสวยมาก แสดงว่าท่านจะต้องไม่เคยทำงานหนักอะไรมากมายมาตั้งแต่เล็ก ตรงนี้เป็นตุ่มไต…ดูเหมือนว่า…ท่านจะได้มาจากการเขียนหนังสือสินะ? ยังมีตรงนี้อีก ท่านแม่ของข้าบอกว่าคนที่มีมือหนามีบุญวาสนา ดังนั้นพี่หญิงเซี่ย ชะตาชีวิตของท่านจะต้องดีแน่ จริงสิ ตรงใจกลางฝ่ามือนี้ก็มีสีแดงระเรื่อ พี่หญิงจะต้องไม่ด่วนจากไปไวหรอก ท่านวางใจเถอะ!”
“…” เซี่ยเฉียวเก็บ