เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วมุ่น นี่นับเป็นปัญหาเล็กๆ สำหรับการจัดการเรื่องวิญญาณพวกนี้ ตัวแปรมากมาย นางและอวี๋เซียนค้างอ้างแรมข้างนอกก็ไม่เป็นปัญหาอะไรหรอก แต่เฝิงหยิงหยิงนี่สิ…
เกรงว่าเวินหลันเฉิงคงจะโกรธไม่เบา
เฝิงหยิงหยิงเองก็ค่อนข้างกังวลสับสน แต่นางก็ไม่ได้มีเจตนาจะกล่าวโทษเซี่ยเฉียวแต่อย่างใด
เป็นนางที่อยากตามมาเอง
“น่าจะไม่เป็นไรหรอก…มีอาจารย์อวี๋อยู่ด้วย หลันเฉิงน่าจะวางใจได้หน่อย…” เฝิงหยิงหยิงกัดฝันพูด
จะให้วางใจนั้นคงเป็นไปไม่ได้
นางมีชีวิตอยู่มานานขนาดนี้ นอกจากตอนที่เดินทางเข้าเมืองหลวงแล้ว ก็ไม่เคยค้างอ้างแรมข้างนอกเลย
“ข้าหาวิธีส่งจดหมายกลับไปบอก” เซี่ยเฉียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็หยิบกระดาษกับพู่กันออกมาจากตะกร้าไม้ไผ่เพื่อเขียนจดหมาย แล้วมัดมันไว้กับอานม้าก่อนจะลูบหลังม้า “กลับไปทางเดิม กลับบ้านไปหาพ่อข้า…”
“แม่นางเซี่ย เจ้าแน่ใจหรือว่ามันจะเข้าใจ!” อวี๋เซียนอดสงสัยไม่ได้
“ประโยคหลังน่าจะไม่เข้าใจหรอก แต่กลับบ้านไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร“ เซี่ยเฉียวพยายามให้ความมั่นใจแก่ตนเอง
หลังจากเดินทางมาเป็นชั่วยาม นางก็รู้สึกว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี แต่นางก็ติดตามมาแล้ว หากจะให้กลับไปอีกก็เสียแรงเปล่า อีกอย่าง ยันต์สีเหลืองของนางเองก็มีเวลาจำกัด พรุ่งนี้นางคงตามหาวิญญาณพวกนี้ไม่เจอแน่
ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องตามต่อไป