ีให้มากหน่อย รีบแต่งงานให้มันเร็วๆ พอเจ้ามีลูกก็ถือว่ามีผู้สืบทอดแล้ว เช่นนั้นแล้วชีวิตน้อยๆ ของเจ้านี้มีอยู่หรือไม่ก็ไม่สำคัญอะไรแล้ว”
“…” เซี่ยผิงไหวขึงตามองเขา ในใจเขารู้สึกโกรธ แต่จิตใต้สำนึกก็ยังขี้ขลาดอยู่ดี
เซี่ยเฉียวและเซี่ยซีนั่งอยู่ที่ตรงนั้นราวกับอยู่ในช่วงเวลาที่สุขสงบ
ในขณะที่ผู้ชายทั้งสามมองหน้ากันอย่างไม่พอใจ แทบจะยกดาบมาฟันกันแล้ว
ส่วนเซี่ยซีท่าทางมึนงงสับสน ถึงอย่างไรนางก็เพิ่งจะถูกวิญญาณสิงร่างมา ร่างกายของนางจึงยังอ่อนแออยู่บ้างในเวลานี้ ใบหน้าน้อยๆ ของนางก็ซีดเซียวราวกับว่านางเสียเลือดมากเกินไปกระนั้น
อย่างไรก็ตาม เซี่ยซีไม่รู้ว่าตนเองถูกวิญญาณเข้าสิงร่าง จนถึงตอนนี้เซี่ยเฉียวก็เพียงแต่บอกนางว่า นางเหน็ดเหนื่อยจากการดูแลเรื่องราวต่างๆ ในบ้านมากเกินไปจนเป็นลมหมดสติไปเท่านั้น
เวลานี้เซี่ยซีไม่ได้พูดอะไรก็จริง แต่นางกลับกำลังคิดอะไรไร้สาระไปเรื่อย
ช่วงนี้นางดูเหมือนจะชอบร้องเพลงมาก…
นางถึงกับขอให้พ่อบ้านนำเงินไปซื้อผีผากับพิณมาตั้งหลายตัว!
ตอนนี้นางไม่อยากเรียนแล้ว…หากนำของพวกนี้ไปที่โรงรับจำนำก็ไม่รู้ว่าจะถอนทุนคืนได้หรือไม่ นางกังวลใจจริงๆ…
ขณะพวกเขาพูดคุยกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น จู่ๆ เซี่ยหนิวซานก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “ว่าที่ภรรยาของลูกชายบุญธรรมข้าเดินทางมาถึงเมืองหลวงแล้ว ผู้อาวุโสในตระกูลของเขาก็มาด้วย ตอนนี้กำลังตระเตรียมเรื่องงานแต่งกันอยู่ อย่าลืมเตรียมของขวัญไป