่อนข้างอ่อนโยนหน่อยเพื่อไม่ให้นางบาดเจ็บ
เซี่ยเฉียวยังไม่ลืมที่จะมองกระดิ่งที่ยังอยู่บนข้อมือของนางนั่น มันดูเหมือนจะไม่ได้มีอำนาจร้ายกาจขนาดนั้นแล้ว แต่มันก็ยังคงมีผลอยู่บ้าง เมื่อมีกระดิ่งนั่นคอยปกป้องอยู่ ชีวิตของเซี่ยซี่จึงไม่น่าจะเป็นอันตรายนัก
เซี่ยผิงไหวเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ในขณะที่วิญญาณก็ถูกยันต์เหลืองของเซี่ยเฉียวควบคุมไว้ มันจึงถูกโจมตีโดยตรงทันที
จนดุร้ายเกรี้ยวกราดขึ้นมาเล็กน้อย
เซี่ยซีซึ่งเปื้อนเลือดสุนัข ธัญพืชทั้งห้า และชาดเหล่านี้คล้ายกับเตาหลอมใบหนึ่ง สำหรับวิญญาณแล้ว ร่างของนางจึงไม่ใช่ที่มันจะสามารถอยู่ได้
วิญญาณตนนั้นกระโดดเด้งออกมาแทบจะในทันที
นางคิดที่จะหนี
แต่ตอนที่ลอยออกไป
รอบตัวนางก็คล้ายกับมีอะไรขวางกั้นจนนางหนีไปไหนไม่ได้
จากนั้นนางจึงตกใจถึงขีดสุดแล้วหันมามองเซี่ยเฉียวด้วยสายตาหวาดกลัว “ข้าไม่ได้ทำให้นางตายนะ!”
“อย่างนั้นหรือ นั่นมันเพราะเจ้ายังไม่ทันได้ทำต่างหาก” เซี่ยเฉียวไม่ได้สุภาพเกรงใจกับนางเลยแม้แต่น้อย นางใช้ยันต์สายฟ้าฟาดโจมตีวิญญาณอีกครั้ง มันทำให้นางเจ็บปวดเหลือแสน
หลังจากนั้นวิญญาณก็ไม่รู้คิดอะไรอยู่จึงได้รีบเอ่ยขึ้นมา “ท่าน…ท่านคือปรมาจารย์โม่แห่งหอส่องชะตาผู้นั้นใช่หรือไม่…ข้า ข้ายินดีที่จะไปเกิดใหม่ ข้ามีความปรารถนาสุดท้าย…”
น้ำเสียงของนางร้อนรน
ด้วยกลัวว่าหากนางพูดช้ากว่านี้อีกนิดก็อาจจะถูกเซี่ยเฉียวโจมตีจนวิญญาณแตกสลาย
“ข้าลำบากมาทั้ง