วพูดจบแล้วก็รีบค้นเอากระดาษกับพู่กันออกมาจัดการอะไรไปตามเรื่อง
เซี่ยผิงไหวเองก็คร้านจะดู เขาก็เลยเดินออกไป
เวลานี้ในเรือนจึงเหลือเพียงเซี่ยเฉียวและเซี่ยซีเท่านั้น
แม้แต่สาวใช้สักคนก็ไม่มี
เซี่ยซีมองดูนางด้วยความกลัวเล็กน้อย แต่แสร้งทำเป็นทำตัวเรียบร้อยและยังกอดผีผาอยู่ที่เดิม
เซี่ยเฉียวไม่สนใจนาง นางเอาแต่เดินไปรอบๆ เรือน เซี่ยซีเองก็มองไม่ออกนางกำลังทำอะไรอยู่
เซี่ยเฉียวหยิบธัญพืชห้าชนิดเพื่อปัดเป่าวิญญาณชั่วร้ายผสมกับชาดแล้วโปรยไปรอบๆ เป็นอาณาเขตขนาดใหญ่ พอนางเดินไปถึงด้านหลังเรือนก็วางยันต์เหลืองจำนวนหนึ่งไว้ด้วย
เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้วิญญาณหนีไปไหนได้
“ท่านกำลังทำอะไรน่ะ!” ‘เซี่ยซี’ รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ความรู้สึกวิกฤติคับขันปรากฏขึ้นในใจ
เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างเย็นชา “เจ้าสิงร่างของน้องสาวข้าอย่างสุขสบายเชียวนะ แม้แต่ความรู้สึกที่ถูกอาวุธวิเศษแผดเผาก็ยังทนได้อีก”
ทันทีที่เซี่ยเฉียวพูดออกมาเช่นนั้น นางก็มองทะลุใบหน้าของเซี่ยซีและได้เห็นใบหน้าดุร้ายของวิญญาณสิงอยู่กับร่างกายของนาง
วิญญาณแค้นนี้หน้าตาดีไม่เลวเลย
นางเป็นผู้หญิงอายุประมาณสามสิบปี ริมฝีปากสีแดงของนางโดดเด่นเป็นพิเศษ ดวงตาคู่นั้นช่างเย้ายวน มันมีสีเขียวฟ้านิดๆ เหมือนพวกต่างชาติต่างเผ่าพันธุ์
อย่างไรก็ตาม แค่หน้าตาเท่านั้นที่ดูดี แต่ร่างกายของนางนี่กลับน่าสยดสยองเล็กน้อย
ลำตัวของนางเหมือนว่าวหักที่ได้รับการซ่อมแซมครั้ง