แล้วครั้งเล่า กระทั่งมีทั้งสีเขียวสีม่วงหลากหลายไปหมด น่าจะถูกคนทุบตีจนตาย
คนต่างแดน…
เซี่ยเฉียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เจ้าเป็นชาวหรงซาน?”
ชาวหรงซานนี่เป็นคนเถื่อนในสายตาของเฉียนหยวน ซึ่งเป็นพวกที่ท่านพ่อของนางสู้รบด้วยในตอนนั้นนั่นเอง
พอได้ยินที่เซี่ยเฉียวพูด รัศมีบนร่างของวิญญาณแค้นตนนั้นก็รุนแรงขึ้นมาทันที
เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่วิญญาณของชาวหรงซานจะลอยมาถึงที่เฉียนหยวนนี่ ดูจากที่หญิงสาวชอบร้องเพลงด้วยแล้ว คาดว่านางน่าจะอยู่ในอาณาเขตเฉียนหยวนนี้แหละ
ในช่วงหลายปีมานี้ ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนั้นเลวร้าย การปล้นสะดมกันไปมาของชาวบ้านก็เป็นเรื่องปกติเช่นกัน
หรงซานมีสาวงามมากมาย ดังนั้นจึงมีทาสหญิงมากมายที่ปรากฏตัวขึ้นในดินแดนเฉียนหยวนเพื่อความสนุกสนานของผู้คน
“ในฐานะทาสหญิงชาวหรงซาน เกรงว่าเจ้าจะต้องทนทุกข์ทรมานมาไม่น้อยเลยสินะ?” น้ำเสียงของเซี่ยเฉียวราบเรียบ “หรือเพราะเคียดแค้นที่ท่านพ่อของข้าฆ่าหัวหน้าของเจ้า แล้วหัวหน้าผู้นั้นเกี่ยวข้องอะไรกับเจ้าล่ะ ต่อให้หัวหน้าผู้นั้นยังมีชีวิตอยู่ เจ้าก็ไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างนั้นหรือ เจ้าไม่ไปหาเรื่องบิดาข้า แต่กลับมายุ่งกับน้องสาวของข้า ดูท่าเจ้าก็ไม่ได้ตายอย่างอยุติธรรมหรอก”
กล้ากับคนอ่อนแอ แต่เกรงกลัวคนที่แข็งเกร่งกว่าแบบนี้ ต่อให้ถูกฆ่าตายสักพันครั้งก็ไม่น่าเสียดาย
ย้อนกลับไปในตอนนั้นพวกคนเถื่อนต่างหากที่เป็นฝ่ายเริ่