้นอย่างกะทันหัน เขารู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆ
แม่นางเซี่ยมีกุญแจร้านและกุญแจประตูเล็กๆ ทุกบาน นางมีเรือนของตนเองที่ลานหลังบ้านและไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าไปทั้งนั้น ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าแม่นางผู้นี้จะมาหรือจะไปเมื่อไร เหมือนกันนายท่านเจ้าของร้านที่เคลื่อนไหวลึกลับมาก
“พี่หญิงใหญ่ ท่านเลิกหลอกข้าเสียที ท่านยังไปเข้าสอบที่สำนักศึกษาอยู่เลย ทำไมถึงไม่ไปหาข้าล่ะ” เซี่ยผิงไหวเอ่ยถามขึ้นมาอีก
ในที่สุดน้องชายซื่อบื้อของนางก็มีสมองกับเขาบ้างแล้ว…
เซี่ยเฉียวพูดตาปริบๆ “นั่นไม่ใช่เพราะ…พี่ชายใหญ่ใช้ชีวิตข้ามาขู่หรอกหรือ…หากข้าไม่เชื่อฟังเขา น้องชาย ตอนนี้ข้าคงไม่ได้พบเจ้าอีกแล้ว…”
“…” เซี่ยผิงไหวนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
เซี่ยเฉียวปวดใจขึ้นมาทันที “เฮ้อ ข้าแก่ตั้งขนาดนี้แล้ว ไม่สู้ตายไปเสียให้มันจบๆ ไปเลยดีกว่า”
“…” ผู้ดูแลร้านฉังใจเต้นกระตุกเล็กน้อย
หากเซี่ยเฉียวแก่ขนาดนั้น แล้วเขาเล่า ไม่กลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้วหรือ
“พี่หญิง ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น ท่านยังมีชีวิตอยู่ก็ดีแล้ว ดีกว่าตายมากๆ คราวก่อนข้าผิดเองที่ทำให้ท่านโกรธ ท่านอย่าได้โกรธข้าเลย ของข้าก็คืนไปแล้ว รับรองว่าต่อไปจะไม่มีแบบนี้อีกแล้ว” เซี่ยผิงไหวรู้สึกขัดแย้งในตัวเองเล็กน้อย แต่เมื่อเขามองไปที่พี่สาว เขายังเลือกที่จะยอมลงให้นาง
ไม่ว่าอย่างไรพี่หญิงใหญ่ก็ทำเพื่อเขา
“พี่หญิงใหญ่ ช่วงนี้สุขภาพท่านเป็นอย่า