ท่ามกลางบรรยากาศอันซับซ้อนนี้ การสอบใหญ่ของสำนักศึกษาหลวงก็มาถึง
“ศิษย์น้อง การสอบคราวนี้ พี่หญิงใหญ่ของเจ้าเป็นตัวเต็งในการลุ้นที่หนึ่งในฝั่งผู้หญิงเชียวนะ…” ฉู่เจี้ยนงุนงง
หากเป็นเมื่อก่อนเจ้าเด็กนี่จะต้องคุยโม้อวดพี่หญิงใหญ่ของตนเองแล้ว
เขามักจะพูดอยู่เสมอว่านางหน้าตางดงาม
แต่เดี๋ยวนี้เซี่ยผิงไหวไม่ได้พูดถึงและยังตั้งใจเรียนหนังสือมาก ทุกครั้งที่เขาพูดถึงเซี่ยเฉียว เซี่ยผิงไหวก็โกรธขึ้นมาตั้งแต่เขายังพูดไม่ทันจบ แปลกจริงๆ!
อันที่จริง…เซี่ยเฉียวเองก็ไม่คิดว่าจะปิดปังเซี่ยผิงไหวไว้นานขนาดนี้
เดิมทีนางคิดว่าจะแค่สองสามวัน แต่ใครจะรู้ว่าเด็กคนนี้จะทำตัวเรียบร้อยดีเหลือเกิน เขาไม่พูดคุยกับคนอื่น และไม่เที่ยวเตร่ แต่กลับมานั่งอ่านหนังสือที่เรือนของอาจารย์เซียวหรือไม่ก็กลับบ้านไปฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ จนไม่มีโอกาสที่จะรู้ความจริงได้เลย!
“เมื่อครู่นี้เจ้าพูดว่าอะไรนะ” เซี่ยผิงไหวขมวดคิ้ว “ยังไม่จบสินะ!? ทั้งที่รู้ว่าพี่สาวของข้าตายไปแล้ว ก็ยังมาพูดแบบนี้อีก อยากโดนอัดจริงๆ ใช่ไหม!”
เซี่ยผิงไหวรู้สึกว่าเขาอดทนมากพอแล้ว
พี่หญิงใหญ่ขอให้เขาเป็นเด็กดี เขาจึงไม่ทะเลาะวิวาท ไม่ยอมอัดศิษย์พี่คนนี้ เผื่อพี่หญิงใหญ่ที่อยู่เบื้องล่างรู้เข้าและจะรู้สึกไม่สบายใจ
แต่ฉู่เจี้ยนไร้ยางอาย มันมากเกินไปแล้ว!
“ไม่ใช่นะ…เจ้าจะมาหัวร้อนอะไรกับข้า เมื่อครู่นี้เจ้าพูดว่าอะไรนะ พี่หญิงใหญ่ของเจ้า! ทำไมข้าฟังไม่เข