้าไป เจ้าไปเสียเถอะนะ ข้าขอร้อง!” ต่งซีอวิ๋นอ้อนวอน
อย่างไรก็ตาม ต่งอีอวิ๋นในเวลานี้ไม่ได้เหมือนกับตอนที่นางยังมีชีวิตอยู่แล้ว
นางก็ยังเป็นคนเดิม แต่เมื่อมีไอแค้น นางก็ไม่ได้ไร้เดียงสาเหมือนแต่ก่อนแล้ว
กระทั่งว่าเมื่อนางมองเห็นคนที่ตนเองเกลียดชังเคียดแค้นมีสีหน้าประหวั่นพรั่นพรึง นางก็อดที่จะรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยไม่ได้
เล็บยาวๆ ของนางจิ้มไปที่ใบหน้าของต่งซีอวิ๋น
เพราะนางเป็นดวงวิญญาณ มือนั้นจึงทะลุเข้าไป จากนั้นนางก็หัวเราะ ฮิฮิฮิ ออกมา
น้ำเสียงของวิญญาณเวลาพูดนั้นแตกต่างจากคนเป็นเล็กน้อย
พวกเขาไม่มีร่างเนื้อ น้ำเสียงจึงฟังดูล่องลอยเล็กน้อย และดูไม่จริงอย่างยิ่ง
เดิมทีต่งซีอวิ๋นไม่สามารถได้ยินเสียงนั้นได้ แต่เมื่อมีน้ำยันต์ของเซี่ยเฉียว เวลานี้นางจึงได้ยินเสียงอันแสดงความตื่นเต้นของน้องสาวนางได้อย่างชัดเจน
เมื่อพระอาทิตย์ตก ผู้คนในตลาดก็พร้อมที่จะแยกย้ายจากไปแล้ว
ถนนสายนี้ยังมีผู้คนอยู่อีกมากมาย
พวกเขาเดินผ่านนางพลางชี้นิ้ววิพากษ์วิจารณ์
“โอ้ แม่นางน้อยผู้นี้ไม่รู้ทำไม อยู่ดีๆ ก็มาเสียสติไปได้…” สาวใหญ่นางหนึ่งชี้นางพลางส่งเสียงจิ๊ปาก และแสดงสีหน้าซับซ้อน
เพียงแต่เสียงนั้นเสียดแทงหูจนต่งซีอวิ๋นอดหันไปมองไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ดวงตาของนางหันไปมองด้านข้าง
นางก็ต้องตกใจจนขาสั่น และรู้สึกว่ามีบางอย่างไหลลงไปตามขากางเกง
เปียกซุ่ม
จบแล้ว นางจบแล้ว
แต่เวลานี้นางจะมัวคิดมากไม่ได้ เพร