วส่ายศีรษะ นางนึกไม่ถึงว่าผู้ดูแลอายุตั้งเท่านี้แล้วจะยังไร้เดียงสาได้ขนาดนี้
“ไม่รู้ก็ดีเหมือนกัน” เซี่ยเฉียวยิ้มให้เขา แต่เมื่อผู้ดูแลร้านฉังได้ยินอย่างนั้น เขาก็ยิ่งสงสัยมากขึ้น
“ท่านอาจารย์ มีอะไรท่านก็พูดมาเถอะ เก็บซ่อนปิดบังเช่นนี้ข้าก็รู้สึกอึดอัด” ผู้ดูแลร้านฉังยิ้ม
เซี่ยเฉียวชี้ไปที่กระดิ่งตรงประตู “มันดังขึ้นทุกวัน เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง”
“ลมแรง?” ผู้ดูแลร้านฉังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ดูเหมือนว่าบางครั้งข้างนอกก็ไม่มีลมแล้วมันก็ดังขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้ หรือว่าที่นี่มีกลไกอะไร”
เมื่อเซี่ยเฉียวเห็นผู้ดูแลร้านฉังเป็นเช่นนั้น นางก็ยิ้มและเอ่ยอย่างลึกลับ “นั่นเป็นเพราะมันคือกระดิ่งเรียกวิญญาณน่ะ มันจะดังขึ้นเมื่อวิญญาณเข้าใกล้ ตอนที่เจ้าได้ยินเสียงจะต้องมีวิญญาณขึ้นไปเป็นแขกที่ชั้นบน และข้าจะต้องฟังคำร้องขอจากพวกวิญญาณที่ข้างบนนั้นน่ะ”
ที่นางไม่ได้พูดเรื่องนี้ก่อนหน้านี้ก็เพราะนางยังไม่คุ้นเคยกับผู้ดูแล
ตอนนี้ผู้ดูแลร้านทำธุระแทนนางได้ไม่เลว นางก็ควรที่จะให้เขาได้รู้ว่าเจ้าของร้านคนนี้เต็มไปด้วยความชั่วร้ายแล้ว
ผู้ดูแลร้านฉังได้ยินดังนั้นก็ยิ้ม “ท่านเจ้าของ ท่านล้อเล่นใช่หรือไม่”
ทำไมเขาไม่เคยเห็นเลยล่ะ อีกอย่างหากมีวิญญาณเยอะขนาดนั้น เขาจะอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ได้อย่างไร
“ความจริงเป็นเช่นนี้ หากเจ้าไม่เชื่อก็ช่างมันเถิด เพียงแต่ต่อไปเจ้าก็ไม่ต้องคิดอะไรเหลวไหล แม้จะมีวิญญาณอยู่