“แม่นางต่ง มีวิญญาณพัวพันเจ้า ปราณชั่วร้ายรายรอบ เจ้าไม่มีทางรอดแล้วจริงๆ หากเจ้าไม่เชื่อ…”
เซี่ยเฉียวหยิบขวดกระเบื้องใบเล็กๆ ออกมา “เจ้ากล้าให้ข้าแตะดวงตาทั้งคู่ของเจ้าไหมเล่า”
“มันคืออะไร” ต่งซีอวิ๋นกวาดตามองของสิ่งนั้นเล็กน้อยก่อนจะพูดจาเสียดสี “มันเป็นวิธีที่พวกต้มตุ๋นหลอกลวงอย่างท่านใช้หลอกคนสินะ ท่านคิดว่าข้าจะหลงกลหรือ”
“แม่นางต่งกล่าวหนักไปแล้ว หากเอาของสิ่งนี้ลูบบนเปลือกตาของเจ้า มันก็จะทำให้เจ้ามองเห็นปราณแห่งความโชคร้ายของตนเองได้ หากเจ้าไม่ยินดีที่จะลองก็ช่างมันเถิด” เซี่ยเฉียวพูดจบก็เก็บของกลับมา
“ท่านไม่สามารถใช้กลอุบายถ่อยเพื่อรุกมาหลอกข้าได้หรอก” ต่งซีอวิ๋นพ่นลมหายใจเยาะออกมาทันที
“ถูกต้อง เจ้าฉลาดกว่าน้องสาวมาก ทั้งที่น้องสาวที่โง่เขลาของเจ้านั้นรู้ว่ามันเป็นสถานการณ์ที่ต้องตาย แต่นางก็ยังวิ่งเข้าใส่ ตอนนี้นางจึงได้แต่ต้องเป็นวิญญาณเร่ร่อนติดตามเจ้าและเต็มไปด้วยการสาปแช่งเพราะความแค้น” เซี่ยเฉียวมองไปยังเบื้องหลังของต่งซีอวิ๋น
ต่งซีอวิ๋นรู้ว่านางกำลังทำอะไรอยู่ นางแค่กำลังข่มขู่ตนให้ตกใจ
“ข้าไม่เข้าใจว่าท่านกำลังพูดอะไร คนตายเหมือนตะเกียงที่ดับไปแล้ว น้องสาวของข้าดวงไม่ดีและจากไปแล้ว ปรมาจารย์อย่าได้พูดถึงน้องสาวของข้าจะดีกว่า” ต่งซีอวิ๋นยังคงสงบนิ่งมาก
ต่งซีอวิ๋นพูดจบก็ลุกขึ้นยืน
เดิมทีนางคิดว่านักพรตปีศาจผู้นี้จะมีประโยชน์อะไรบ้าง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่านางจะไม่มีอะ