งแกบ่าวรับใช้อย่างพวกเขาเลย
ในความเห็นของเขาคุณชายยังเด็กและไม่รู้ประสา แต่ถึงอย่างไรเขาก็จะเข้าใจได้ในวันหนึ่งอยู่ดีมิใช่หรือ พอโตขึ้นแล้วจะต้องดีได้แน่!
“ไม่ตายหรอก บนพื้นเต็มไปด้วยของที่กินได้ทั้งนั้น แค่กินดินก็คงจะไม่ถึงกับอดตายหรอก ส่วนเรื่องบากแผลเล็กน้อยนั่นก็ประสานกันตั้งนานแล้ว ต่อให้แผลปริออกก็แค่เสียเลือดนิดหน่อยเท่านั้น ไม่ต้องกลัว” เซี่ยผิงกั่งสงบนิ่งอย่างยิ่ง
ความคิดของเขาแตกต่างจากความคิดของพ่อบ้าน
คนที่ไม่รู้ความเช่นนี้จะรู้ความขึ้นมาทันทีคงไม่ได้ จะต้องพบกับเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจ ถูกแส้หวดขวับเข้าให้จนรู้จักความเจ็บปวดในหัวใจจึงจะเปลี่ยนแปลงตนเองได้!
เขาเล่นละครมาจนถึงขนาดนี้แล้วจะมาหยุดลงอย่างกะทันหันได้หรือ
จะต้องให้เขารู้จักคิดใช้สมองขึ้นมาบ้างสิ!
“หลังจากกลับไปแล้วให้เจ้าไปบอกให้คุณหนูใหญ่ไปอยู่กับปรมาจารย์โม่หรือไม่ก็ที่สำนักศึกษาก่อน อย่าเพิ่งกลับบ้านสักระยะ เจ้าไปบอกชุนเอ๋อร์ให้ติดตามนางไปด้วย หลังจากนี้หากพบเห็นเจ้าเด็กนั่นก็ไม่ต้องพูดอะไรกับเขาทั้งนั้น แค่ขึงตาใส่เขาก็พอ” เซี่ยผิงกั่งครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย
เขาได้รับจดหมายแจ้งจากตระกูลหลินแล้วว่าพวกเขาจะย้ายไปอยู่ที่หมู่บ้านนอกเมืองเป็นการชั่วคราว
พอกลับถึงบ้านก็ให้เซี่ยเฉียวหายตัวไปสักกี่วัน ละครของเขาจะได้สนุกขึ้นไปอีก
“ขอรับ” พอบ้านรับคำแต่โดยดี
“พอเขากลับไปบ้านแล้ว หากเขาถามเรื่องคุณหนูใหญ่ขึ้