งกำลังสำราญพระทัย ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้จึงไม่มีใครสามารถหาเรื่องได้
หากพวกเขาต้องการโค่นล้มรัชทายาทจริงๆ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้คงทำไม่ได้…
บรรดาขุนนางในเมืองหลวงต่างก็นิ่งเงียบอย่างน่าประหลาดใจ เซี่ยผิงกั่งกำลังรอให้ใครสักคนโวยวายสร้างปัญหาขึ้นมาอยู่เลย แต่สุดท้าย…ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น!
เขาค่อนข้างแปลกใจ แต่รัชทายาทกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรทั้งนั้น สีหน้าของเขาสงบนิ่งราวกับเตรียมใจไว้แล้ว
“รัชทายาท…มีเรื่องหนึ่งที่…กระหม่อมไม่ทราบว่าควรจะกราบทูลดีหรือไม่” สีหน้าโจวเว่ยจงสับสน
หากเขาพูดออกไป เขาก็กลายเป็นคนร้ายที่ลอบแทงข้างหลัง แต่หากเขาไม่พูด เขาก็รู้สึกว่าไม่เหมาะสม
“เจ้าไปเรียนรู้คำพูดพวกนี้มาตั้งแต่เมื่อไร” ‘ไม่ทราบว่าควรจะกราบทูลดีหรือไม่’ หากไม่อยากพูดก็ไม่ควรเริ่ม เมื่อพูดขึ้นมาแล้วก็ยังลังเล คิดจะทำให้เขาอึดอัดตายหรือ
โจวเว่ยจงยิ้มอย่างละอาย “เมื่อวาน… กระหม่อมไปเป็นแขกที่บ้านตระกูลเซี่ยและบังเอิญเห็นว่าตระกูลเซี่ยกำลังจัดงานศพ…”
สีหน้าจ้าวเสวียนจิ่งตกใจและสงสัยเล็กน้อย
“งานศพนี้แตกต่างจากที่อื่น…มันจัดขึ้นปลอมๆ ใต้เท้าเซี่ยดูเหมือนจะจับน้องชายของเขาใส่โลงเพื่อสั่งสอนเขา และบอกว่าเซี่ยผิงไหวตายแล้ว แม่นางเซี่ยก็…ตายแล้วเช่นกัน ภายในเรือนหลังเล็กนั่น สาวใช้และบ่าวรับใช้ต่างก็ร่ำไห้และพูดว่า… คุณหนูใหญ่ ท่านตายอย่างน่าอนาถ…”
โจวเว่ยจงยังบีบเสียงพูดประโยคสุดท้ายราวกับกำลังร้อ