งงิ้วกระนั้น
สีหน้าของจ้าวเสวียนจิ่งแปลกประหลาดเล็กน้อย “งานอดิเรกของเซี่ยผิงกั่งนั่นมันช่าง…”
ยากที่จะบรรยาย
“กระหม่อมรู้สึกว่ามันไม่ค่อยจะเป็นมงคลนัก” โจวเว่ยจงพูดอย่างตรงไปตรงมา
“แล้วแม่นางเซี่ยล่ะ” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยถาม
“กระหม่อมไม่เห็นพระชายาพ่ะย่ะค่ะ” โจวเว่ยจงบอกตามความจริง
“เช่นนั้นนางก็น่าจะรู้และเห็นด้วยอยู่แล้ว เรื่องของพวกเขาสองพี่น้องข้าไม่สะดวกที่จะยื่นมือเข้าไปยุ่ง แต่…เรื่องน่าสนุกเช่นนี้ ทำไมไม่บอกข้าสักคำ เจ้าไปเตรียมของใช้พิธีศพแล้วส่งไปให้ตระกูลเซี่ยหน่อย” จ้าวเสวียนจิ่งครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจ
อัปมงคลหรือไม่เซี่ยเฉียวย่อมรู้ดีกว่าใคร
ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นจะต้องทำเป็นใส่ใจและยุ่งวุ่นวายเรื่องของพวกเขาให้มาก ในเมื่อพวกเขาสองพี่น้องคิดจะทำเช่นนี้แล้ว หากเขาจะเข้าไปขัดขวางก็คงไม่ดี ไม่สู้เขาร่วมสนุกไปด้วยจะดีกว่า
โจวเว่ยจงตกตะลึงไปครู่หนึ่ง
หลังจากนั้นเขาก็รีบไปจัดการทันที
เขายังคิดว่ารัชทายาทจะสงสารแม่นางเซี่ยเสียอีก?
นึกไม่ถึงว่าจะทรงเหลวไหลไปกับเซี่ยผิงกั่งด้วย แต่เขาจะขัดรับสั่งของรัชทายาทไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงให้คนไปจัดเตรียมของแล้วแอบส่งไปให้บ้านตระกูลเซี่ยอย่างเงียบๆ
เซี่ยผิงไหวถูกขังเป็นเวลาสองวันสองคืนเต็มๆ แล้ว
ภายในโลงศพแทบไม่มีเสียงใดๆ เลย ยกเว้นเสียงเล็บที่ครูดไม้ดังออกมาเป็นบางครั้งบางคราวเท่านั้น
พวกสาวใช้และบ่าวรับใช้แทบจะร้องไห้ออกมาจริงๆ แล้ว