้าใจทันที
“ข้ารู้ ตอนแรกที่กล้ามาพบหน้าพวกเจ้าก็ได้เตรียมตัวมาก่อนแล้ว ท่านพ่อของข้าย้ำแล้วย้ำเล่าให้พวกเราทำตัวดีๆ อย่าได้สร้างปัญหาจนคนอื่นจับจุดอ่อนได้และทำให้ครอบครัวพวกเจ้าเดือดร้อน” ท่านป้าหลินเข้าใจดีแล้วไม่รู้สึกโกรธแม้แต่น้อย
“ข้ากล้าพูดได้ว่า แม้ว่าตระกูลหลินของข้าจะไม่นับว่าเป็นคนดีมีเมตตาอะไรขนาดนั้น แต่พวกเราก็จะไม่มีวันทำชั่วเด็ดขาด หากมีคนในครอบครัวทำผิดก็ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงมือเจ้าหรอก ท่านพ่อกับข้าคงจัดการไปก่อนแล้ว เราจะไม่สร้างปัญหาให้คนอื่นเด็ดขาด!” หลินหยาเซียงเอ่ยขึ้นอีก
เซี่ยผิงกั่งชื่นชมผู้หญิงคนนี้จริงๆ
นางปกครองดูแลบ้านได้ดี
น่าเสียดายที่คนผู้นี้เป็นพี่สาวแท้ๆ ของแม่สองหลินซึ่งเป็นญาติกันอยู่แล้ว มิฉะนั้นหากได้นางมาเป็นคนดูแลปกครองบ้านตระกูลเซี่ยก็คงจะดีไม่น้อย
“ท่านป้าคิดถึงส่วนรวม ผิงกั่งนับถือ” เซี่ยผิงกั่งยามถอยก็ถอยอย่างรวดเร็ว
“ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร…ก็แค่หลักการพื้นฐานของการเป็นมนุษย์เท่านั้น…” หลินหยาเซียงรู้สึกเขินอายเล็กน้อย พอพูดถึงตรงนี้นางก็เกิดความสงสัยขึ้นมาทันที “วันนี้…ทำไมข้าไม่เห็นเจ้าเด็กผิงไหวนั่นล่ะ ไปเรียนการต่อสู้อยู่หรือ”
“ท่านป้าเป็นคนมีเหตุผล ดังนั้นเรื่องนี้ข้าก็จะพูดกับท่านตรงๆ เลยก็แล้วกัน” เซี่ยผิงกั่งเองก็ไม่ได้ปิดบังและเล่าเรื่องที่ เซี่ยผิงไหวรับผลประโยชน์จากคนอื่นให้หลินหยาเซียงฟังอย่างละเอียด
ท่านป้าหลินหยาเซียงผู้นี้