งเขาเป็นเช่นนี้มาตลอด
บิดาของอวี๋เซียนเคยเป็นนายพลของกองทัพเรือตงอันมาก่อน นางได้อยู่กับท่านพ่อของนางท่ามกลางเหล่าทหารตั้งแต่นางยังเป็นเด็ก วิธีการพูดจาของนางจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีกลิ่นอายแบบลูกผู้ชาย เพียงแต่หลังจากที่บิดามารดาของนางเสียชีวิตลงแล้ว นางก็ถูกขังอยู่ในเรือนเป็นเวลาสามปีและเพิ่งจะได้เรียนรู้มารยาทบ้างเล็กน้อย
แต่นิสัยที่ฝังลึกอยู่ในกระดูกนั้นเปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว
“พี่ชาย ท่านเป็นพี่น้องที่ดีมาก ท่านก็สามารถดูแลข้าได้ ข้าอยู่ที่นี่ได้ไม่เป็นไรจริงๆ” อวี๋เซียนยืนกรานแข็งขัน
ส่วนเรื่องที่นางจะได้แต่งหรือไม่นั้นนางไม่สนใจ
เมื่อโจวเว่ยจงเห็นท่าทางเช่นนั้นของนางก็รู้สึกร้อนใจ เขาเอ่ยตรงไปตรงมา “สหายเซี่ย! เดิมทีข้าก็ไม่อยากจะพูดอะไรกับเจ้ามากนัก แต่ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว ข้าก็ไม่อาจปิดบังเจ้าต่อไปได้อีก เหตุผลที่ข้าไม่อาจให้อวี๋เซียนอยู่ที่นี่ต่อไปได้เป็นเพราะ…นางไม่ใช่น้องชายของข้า แต่เป็นน้องสาวต่างหาก! อวี๋เซียนเป็นผู้หญิง หากอยู่ที่นี่ไปนานๆ แล้วต่อไปนางจะแต่งงานได้อย่างไร!”
เซี่ยผิงกั่งได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะร่าออกมาทันที
“เจ้าก็พล่ามไปเรื่อย ผู้หญิงกับผู้ชายข้าจะแยกไม่ออกได้ยังไง” เซี่ยผิงกั่งกลอกตาใส่เขา
“เจ้าแยกไม่ออกจริงๆ แม้แต่ข้าก็เกือบจะถูกหลอกแล้ว แต่นางเป็นน้องสาวของข้าจริงๆ ไม่ได้หลอกเจ้า! เพียงแต่…ก่อนหน้านี้น้าชายของข้าก็เป็นคนที่มีนิสัยดื้อรั้นคนหนึ่ง