”
“ฮะๆ” เซี่ยผิงไหวหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์อวดดี “ตอนนั้นข้าก็น่าจะได้ค่าขนมเยอะขึ้นบ้างแล้วสินะ? ไม่ได้เยอะขึ้นก็ไม่เป็นไร ข้าเป็นถึงน้องพระชายาของรัชทายาท มีคนเยอะแยะไปที่จะเอาเงินมาให้ข้า…”
เซี่ยเฉียวตกตะลึงไปทันที “เยอะแยะไป? หรือว่ามีคนเอาผลประโยชน์มาให้เจ้าแล้ว”
“นั่นนับเป็นผลประโยชน์ที่ไหน…” เซี่ยผิงไหวเบ้ปากก่อนจะรีบหุบปากไม่ยอมพูดอะไรอีก
ทันใดนั้นเซี่ยเฉียวก็เตะน่องของเขาไปหนึ่งที
ตึง เขาคุกเข่าลงกับพื้นทันที
ตอนนี้เซี่ยผิงไหวกำลังฝึกวิชาขาและเท้าอยู่ แต่เมื่อครู่นี้เขาไม่ได้สังเกตเลยจริงๆ ไม่คิดเลยว่าเซี่ยเฉียวจะลงไม้ลงมือ จึงไม่ได้มีแรงต้านอะไรเลย เข่าก็เลยอ่อนยวบ
“พี่หญิงใหญ่! ท่านทำอะไรน่ะ!” เซี่ยผิงไหวทำหน้าบูดบึ้ง
เซี่ยผิงกั่งและอวี๋เซียนก็หันมามอง
“บอกมาว่าเจ้ารับอะไรมาจากคนอื่น” เซี่ยเฉียวเอ่ยช้าๆ แต่เซี่ยผิงไหวฟังแล้วก็รู้สึกหนาวยะเยือกไปหมด
“ไม่ ก็ไม่มีอะไรหรอก…” เซี่ยผิงไหวหัวหด
“เจ้ากับข้าไม่มีท่านแม่คนเดียวกัน ทั้งยังไม่เคยอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ข้าจะทำดีกับเจ้าได้ ก็ให้เจ้าอยู่ในคุกไปตลอดชีวิตก็ได้ ข้าทนให้คนอื่นเหยียบหน้าข้าและทำให้ข้าอับอายไม่ได้ น้องชายคนดี หากเจ้าไม่บอกมาตามตรง วันนี้ข้าเกรงว่าจะต้องขุดหลุมฝังเจ้าให้มันจบๆ ไป” เซี่ยเฉียวเย็นชา สายตาที่มองเซี่ยผิงไหวนั้นเย็นชาและไม่คุ้นเคยเลยจริงๆ
เซี่ยผิงกั่งนิ่วหน้า “เจ้าทำอะไรลงไป!”
เซี่ยผิงไหวถอยหลังไปส