งมา
จากนั้นนางก็มองการแต่งกายของตนเอง
ก็ค่อนข้างดูดีอยู่นะ? ไม่เห็นจะดูเหมือนขอทานเลย…
นางกัดแผ่นแป้งไปคำหนึ่งแล้วจึงเอียงหน้าถามหญิงผู้นั้น “หน้าตาของเจ้าดูกลัดกลุ้มกังวล มีเรื่องอะไรหรือ”
ผู้หญิงคนนี้หน้าตามอมแมมผมเผ้ารกรุงรัง หว่างคิ้วนางก็ปรากฏริ้วรอยสามขีดอย่างชัดเจน ผิวของนางหยาบกร้านและดำคล้ำ ฝ่ามือเต็มไปด้วยตุ่มไต ตอนนี้อากาศร้อนขนาดนี้แล้ว แต่มือที่แตกระแหงของนางก็ยังไม่ดีขึ้น
“ขึ้นชื่อว่าชีวิต ไหนเลยจะไม่มีเรื่องกลัดกลุ้ม แม้แต่นักพรตอย่างท่านก็ยังต้องกังวลเรื่องอาหารสามมื้อไม่ใช่หรือ” หญิงผู้นั้นยิ้มขื่นเล็กน้อย
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “นั่นก็จริง แต่ว่า…ดิ้นรนเรื่องปากท้องอาหารสามมื้อก็ยากลำบากพอแล้ว เหตุใดเจ้าถึงต้องทนกับความเจ็บปวดทางร่างกายพวกนี้ด้วยเล่า”
ทันทีที่เซี่ยเฉียวเอ่ยเช่นนั้น หญิงผู้นั้นก็ชักมือกลับก่อนจะลูบตรงตำแหน่งบนแขนหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
พอนางเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของเซี่ยเฉียวก็เอ่ย “ข้าบังเอิญชน…”
“ปีนี้ลูกชายของเจ้ายังอายุไม่ถึงสามขวบใช่หรือไม่” เซี่ยเฉียวกัดแผ่นแป้งคำหนึ่งแล้วกลืนลงไป มันฝืดคอเล็กน้อย นางก็เลยกลืนน้ำเปล่าตามลงไปจึงค่อยรู้สึกสบายขึ้นมาก “ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น เขาจะเดินตามรอยบิดาเขา แล้วเจ้าควรจะทำอย่างไร”
เซี่ยเฉียวเห็นว่าโหงวเฮ้งของนางไม่ค่อยดีนัก
เป็นโหงวเฮ้งของผู้ที่เกิดมาเพื่อทุกข์
กระบังหูเล็กบาง ชะตาแร้นแค้น ร่องริมฝีปากบนแบนราบเหมือน