กละอายใจเล็กน้อยภายใต้การจ้องมองของดวงตาคู่นั้น ราวกับว่าการคาดเดาที่ไม่เหมาะสมของนางก่อนหน้านี้เผยออกมาแล้ว ทำให้นางดูเหมือนงี่เง่ามาก
“ปรมาจารย์โม่…ข้าได้ยินชื่อเสียงของท่านมานาน” เหยียนหรูจวงพ่นลมหายใจออกมาและพยายามสงบสติอารมณ์ “ครอบครัวของข้า…ได้รับของขวัญขอบคุณจากคุณหนูตระกูลเซี่ยเป็นแผ่นป้ายไม้อันหนึ่ง ข้าได้ยินมาว่าสามารถใช้มันเพื่อขอให้ปรมาจารย์โม่ช่วยเหลือได้ครั้งหนึ่ง…”
“ข้ามาที่นี่วันนี้เพื่อจะถามท่านปรมาจารย์ว่า คนที่เสียสติในโลกใบนี้มักจะถูกมองว่าพวกเขาโดนของ เช่นนั้นแล้ว…มีเรื่องอย่างนี้จริงหรือ แล้วจะรักษาให้หายได้หรือไม่” เหยียนหรูจวงถามด้วยความประหม่า
“เรื่องนี้ก็พูดยากนะ มีบางคนที่เจ็บป่วยจริงๆ อย่างเช่นคนที่ได้รับบาดเจ็บศีรษะโดนกระแทก หรือว่าได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจจนความคิดสติปัญญามีปัญหา แต่ก็มีบางคนที่เป็นอย่างนั้นเพราะได้ผลกระทบจากภูตผีวิญญาณ” คำพูดนี้ของเซี่ยเฉียวเหมือนไม่ได้บอกอะไร
นางไม่ได้ตอบคำถามของหญิงสาวอย่างตรงไปตรงมา
แต่เหยียนหรูจวงกลับรู้สึกเชื่อถือปรมาจารย์ผู้นี้ขึ้นมาบ้างเล็กน้อย
หากปรมาจารย์โม่ยืนยันหนักแน่นว่าคนผู้นั้นจะต้องถูกของชั่วร้าย แปดเปื้อนของสกปรกแน่ๆ นางกลับจะรู้สึกว่าตนเองได้พบคนหลอกลวงเข้าแล้ว
“คือเรื่องมันเป็นแบบนี้ปรมาจารย์ หลังจากที่มารดาของข้าคลอดลูกออกมาแล้ว เดิมทีนางก็ดีๆ อยู่ แต่อยู่มาวันหนึ่งนางก็เริ่มพูดจาเหลวไหล พอตก