กลางคืนก็นอนไม่ค่อยหลับ นางมักจะพูดว่ามีคนจ้องมองนางอยู่ บ้างครั้งก็มีสติแจ่มใสดี แต่บางครั้งเมื่อมีอาการนางก็จะคลุ้มคลั่งผิดปกติขึ้นมาทันที นางมักจะชี้ไปที่ใดที่หนึ่งแล้วร้องตะโกนเสียงดัง หากพวกเราไม่สนใจนาง นางก็จะโกรธพวกเรา เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว…”
“ไม่ทราบว่าท่านปรมาจารย์จะไปดูมารดาข้าหน่อยได้หรือไม่” เหยียนหรูจวงรีบเอ่ยถามทันที
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ได้สิ”
เหยียนหรูจวงรู้สึกโล่งอกทันที
นางมีความสงสัยอยู่ในใจจึงอดถามออกมาไม่ได้ “เป็นแม่นางเซี่ยที่ส่งแผ่นป้ายของท่านปรมาจารย์มาให้ เดิมทีข้าคิดว่าท่านทั้งสองจะมีความขัดแย้งกันอยู่บ้าง”
ไม่เพียงแต่นางเท่านั้นที่คิดเช่นนี้ ยังมีคนอื่นๆ อีกมากที่คิดว่า รัชทายาทชอบพอกับปรมาจารย์โม่ แต่เนื่องจากขุนนางในราชสำนักคัดค้าน พระองค์จึงต้องเลือกเอาเซี่ยเฉียวที่มีสุขภาพร่างกายไม่ดีและอยู่ได้ไม่นานมาแทนอย่างส่งๆ
ทว่าแม้จะมีข่าวลือเช่นนั้น แต่ครั้งก่อนที่นางได้พบเซี่ยเฉียว นางรู้สึกว่ารัชทายาทดูเหมือนจะปฏิบัติกับเซี่ยเฉียวอย่างอบอุ่นอ่อนโยนมากเลยทีเดียว
ดังนั้นใครจะรู้เล่าว่าแท้จริงแล้วรัชทายาทคิดอะไรอยู่กันแน่
“ตอนเด็กๆ นางถูกเลี้ยงดูมาในวัดเต๋า ซึ่งบังเอิญเป็นวัดเดียวกับที่ข้าบำเพ็ญตนอยู่พอดี ดังนั้นจึงนับได้ว่าเป็นศิษย์ร่วมสำนัก พอสนิทสนมอยู่บ้าง” เซี่ยเฉียวอธิบายด้วยรอยยิ้ม
นางแอบขอโทษต่อรูปปั้นเทพเซียนอยู่ในใจ
นี่นางกำลัง