ละอยากให้พวกเรา…ลองดู?” แม่นางเหยียนเอ่ยขึ้นอีก
ใต้เท้าเหยียนเคร่งขรึมขึ้นมาทันที “จะไปเชื่อนักพรตปีศาจนั่นได้อย่างไรเล่า หากเชิญนางมา หน้าตาของตระกูลเหยียนเรา…”
“ท่านพ่อคิดว่าหน้าตานั้นสำคัญกว่าท่านแม่หรือ” แม่นางเหยียนเอ่ยถามทันที
สีหน้าของใต้เท้าเหยียนเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
“พ่อ…หลายวันมานี้พ่อด่าว่านางไม่น้อยเลย ว่าคนผู้นั้นเป็นปีศาจล่อลวงใจคน ต่อให้เป็นต่อหน้าฮ่องเต้ พ่อก็ไม่กลัวไม่ยอมถอยแม้แต่น้อย หากพ่อไปหานักพรตปีศาจนั่น ต่อให้คนผู้นั้นจะช่วยท่านแม่ของเจ้าได้จริงๆ แต่นึกถึงท่าทีของพ่อก่อนหน้านี้ เขาจะช่วยเราจริงๆ หรือ แทนที่จะเผยจุดอ่อนให้คนอื่นรู้ ไม่สู้พวกเราอยู่อย่างนี้ แล้วยอมรับชะตากรรมไปไม่ดีกว่าหรือ” ใต้เท้าเหยียนเอ่ยขึ้นอีก
เขารู้ว่านักพรตปีศาจผู้นั้นน่าจะพอมีความสามารถอะไรอยู่บ้าง
อาจเป็นการแพทย์หรือไม่ก็การหลอกลวงผู้คน
มิฉะนั้นรัชทายาทและคนอื่นๆ คงจะไม่เคารพและยกย่องนางขนาดนั้น
แต่ก็เพราะเหตุนี้นั่นแหละที่ทำให้เขาไม่กล้ารับ
“ในเมื่อแม่นางเซี่ยเป็นคนให้สิ่งนี้มา นางก็น่าจะรู้ว่าปรมาจารย์โม่ผู้นั้นจะต้องไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นเช่นนั้นแน่ หากท่านพ่อรู้สึกว่าไม่เหมาะสม เช่นนั้นให้ลูกไปพบเองเถอะ” แม่นางเหยียนรีบคว้าของสิ่งนั้นเข้ามาไว้ในอกเสื้อทันที
“…” ใต้เท้าเหยียนขึงตาใส่นางทันที “คืนพ่อมานะ”
“ไม่ได้หรอก ท่านพ่อสอนพวกเรามาตั้งแต่ยังเล็ก ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามจะต้องมีความ