คิดเป็นของตัวเอง จะต้องไม่ไหลไปตามกระแส วันนี้ลูกจะออกหน้าจัดการเอง หากคนผู้นั้นมีความสามารถรักษาท่านแม่ได้จริง ต่อให้ลูกจะต้องไปคุกเข่าสามครั้งโขกศีรษะสักเก้าครั้ง ลูกก็ยอม ลูกไม่สนใจบุญคุณความแค้นอะไรแต่เก่าก่อนหรอก” พอแม่นางเหยียนพูดจบ นางก็ยืนขึ้นอย่างกล้าหาญ
“…” ลูกสาวของเขาปีกกล้าขาแข็งแล้ว!
ใต้เท้าเหยียนมีสีหน้าจนปัญญา จะให้ตามไปด้วย เขาก็ไม่มีหน้าจะทำอย่างนั้น แต่จะให้เขาดุว่า เขาก็ทำไม่ลง
ขณะที่เขากำลังรู้สึกอึดอัดใจอยู่นั้น ลูกสาวของเขาก็เดินไปไกลแล้ว
เหยียนหรูจวงกลัวว่าบิดาของนางจะห้ามไว้ นางจึงให้คนเตรียมรถม้าแล้วรีบออกไปทันที
ตรงดิ่งไปยังหอส่องชะตา
เซี่ยเฉียวได้ส่งจดหมายไปบอกผู้ดูแลหอส่องชะตาเอาไว้ก่อนแล้วว่า หากมีคนเอาแผ่นป้ายไม้มาขอพบ แล้วนางไม่อยู่ ก็ให้นัดแนะเวลากับเขาได้เลย พอถึงเวลานั้นนางก็จะตรงไปที่บ้านตระกูลเหยียนทันที
เพียงแต่เซี่ยเฉียวนึกไม่ถึงว่าคนตระกูลเหยียนจะรวดเร็วเช่นนี้ พวกเขามากันทันทีในวันนั้นเลย!
นางยังนึกว่า หากคิดจะทำให้ใต้เท้าเหยียนหวั่นไหวได้ นางคงต้องรอไปสักระยะเสียอีก!
เช่นว่ารอให้อาจารย์ของนางกลับเมืองหลวงมาก่อน แม้ว่านางจะเก็บตัวอย่างไร แต่ชื่อเสียงในฐานะศิษย์คนแรกของหลีซื่อเหยี่ยนนี้ก็คงจะรั่วไหลออกไป พอถึงเวลานั้นความคิดของใต้เท้าเหยียนจะต้องเปลี่ยนไปแน่
แน่นอนว่า ตอนนี้ก็มีบางคนที่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างโม่ชูเซิงกับหลีซื่อเหยี่ยนแล้ว แต่ก