ั่งสอนศิษย์ จึงบกพร่องในด้านอื่นๆ มาตลอด” จ้าวเสวียนจิ่งมองแผ่นหลังของเซียวอวี้หรงด้วยท่าทางครุ่นคิด
เขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องปกปิดตัวตนของเซี่ยเฉียวนี้ไปนานแค่ไหน
เซียวอวี้หรงนั้นจัดการไม่ยาก แต่กับศิษย์น้องคนอื่นๆ นั้น…
ค่อนข้างยุ่งยากหน่อย
“จริงสิ” จู่ๆ เซี่ยเฉียวก็นึกถึงลูกประคำที่อยู่ในอกเสื้อของนางขึ้นมาได้ เมื่อนางเห็นว่าตอนนี่ไม่มีใครได้ยินแล้วจึงนำมันออกมา “ฮองเฮามีร้อยลูกประคำซึ่งเป็นของที่มีพลังชั่วร้ายอยู่ติดตัว หากพกเอาไว้นานๆ แล้วจะไม่ดีต่อสุขภาพร่างกาย ข้าจะต้องเอามันกลับไปจัดการให้สะอาดก่อน”
แม้ว่าตอนนี้นางจะไม่ใช่โม่ชูเซิงแล้ว แต่จ้าวเสวียนจิ่งก็รู้ว่านางเองก็มีความสามารถเรื่องนี้ นางจึงพูดเรื่องนี้ออกมาได้โดยไม่ต้องกังวล
จ้าวเสวียนจิ่งเหลือบมองลูกประคำนั้นแล้วขมวดคิ้ว “ที่สุขภาพร่างกายของเสด็จแม่มีปัญหาเพราะของสิ่งนี้?”
“ก็ประมาณนั้น” เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ฝ่าบาทส่งจดหมายไปหาตระกูลกู้หน่อยจะดีกว่า ไม่แน่ว่าที่หลุมฝังศพของตระกูลก็อาจจะมีปัญหาด้วย หากอยู่ไกลมาก ข้า…เกรงว่าอาจารย์อาของข้าจะไม่มีเวลาไป แต่ก็สามารถเชิญให้อาจารย์ของข้าโม่หลิงจือไปช่วยได้ แน่นอนว่าหากตระกูลกู้รู้จักนักพรตที่พอจะมีความสามารถและนิสัยใจคอดีหน่อยก็ใช้ได้เหมือนกัน”
“แม้ว่าเจ้ากับข้าจะเหมือนคนคนเดียวกัน แต่เรื่องนี้ข้าก็ต้องขอบคุณเจ้านะเฉียวเอ๋อร์ หากไม่ได้เจ้า เสด็จแม่ของข้าคงต้องแย่แน่” จ้าวเสวียนจ