ิ่งจ้องมองนางอย่างจริงจัง คิ้วของเขาเหมือนเมฆเย็นบนภูเขาที่ห่างไกล ดวงตาของเขาเหมือนดวงดาวที่เย็นใส เขาจ้องมองเซี่ยเฉียวจนทำให้นางรู้สึกอึดอัดไม่เป็นตัวของตัวเอง
“ไม่ต้องเกรงใจๆ คนกันเองทั้งนั้น” เซี่ยเฉียวหัวเราะออกมาทันที
“พูดขึ้นมาแล้ว…เฉียวเอ๋อร์ เจ้าก็ช่วยข้าไว้ไม่น้อยเลย เมื่อก่อนเจ้ายังเปลี่ยนฮวงจุ้ยของวังตะวันออกให้ข้า และยังช่วยข้าทำนายเพื่อทำคดีตั้งหลายครั้ง ลำบากเจ้าแล้ว” จ้าวเสวียนจิ่งมองนางพลางเอ่ย
เขาคิดว่าตนเองพูดเช่นนั้นก็ชัดเจนพอแล้ว
คำว่าทำคดีก็นับว่าเป็นคำใบ้ที่ชัดเจนมากแล้ว
แต่เซี่ยเฉียวคิดไปถึงคดีใหญ่ของตระกูลโจว ในเวลานั้นนางก็ช่วยรัชทายาทด้วยตัวตนของเซี่ยเฉียว
ตัวตนทั้งสองของนางล้วนเป็นผู้สูงส่งที่หนีไปจากรัชทายาทไม่พ้นจริงๆ
อันที่จริงๆ เซี่ยเฉียวเองก็รู้สึกขาดความมั่นใจอยู่บ้าง และเคยนึกสงสัยว่าตัวตนของนางจะถูกเปิดเผยเสียแล้ว แต่…เขาไม่พูด นางไม่พูด ก็แปลว่าตัวตนของนางไม่มีปัญหา!
จะให้นางเปิดเผยตนเองนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้แน่นอน
นอกจากนี้ ช่วงนี้จ้าวเสวียนจิ่งก็ปฏิบัติตัวกับปรมาจารย์โม่อย่างมีมารยาท ดังนั้นนางจึงคิดว่าตนเองอาจจะคิดมากไปเอง
“เป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น นักพรตอย่างพวกเราก็ต้องทำเรื่องที่จะสะสมบุญให้ตัวเองบ้างอยู่แล้ว” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างจริงจัง “อีกอย่างต่อไปท่านก็เป็นคนของข้าแล้ว ท่านดีข้าก็ดีด้วย”
จ้าวเสวียนจิ่งไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีเมื