ี่คำได้อย่างไร
“…” จ้าวเสวียนจิ่งตกตะลึงไปเล็กน้อย
ใครจะอยากพูดต่อเล่า คำพูดเมื่อครู่นี้เป็นแค่การหยอกล้อนางเท่านั้น พวกเขายังไม่ได้แต่งงานกัน แล้วเขาจะพูดจา…ล่วงเกินหญิงสาวที่ยังไม่ได้ออกเรือนอย่างเซี่ยเฉียวถึงขนาดนั้นได้อย่างไร
แต่เซี่ยเฉียวเรียกร้อง เขาควรจะทำอย่างไรดี
จ้าวเสวียนจิ่งคิดอย่างจริงจังอยู่ครู่หนึ่ง “หากเจ้าชอบฟัง พอให้พวกเราแต่งงานกันก่อน แล้วเจ้ากับข้าค่อยคุยกันสองคนนะ เฉียวเอ๋อร์…ตอนนี้ไม่ค่อยจะเหมาะเท่าไร…”
เซี่ยเฉียวรู้สึกจุกอกไปครู่หนึ่ง
นางแค่จะบอกว่าร่างกายของนางทนไหว ไม่ได้ตกใจ ไม่ใช่แปลว่าชอบฟังและอยากจะฟัง ถึงอย่างไรนางก็เป็นหญิงสาวคนหนึ่ง หากนางชอบฟังอะไรอย่างนี้จริงๆ…นางจะไม่ใช่พวกโรคจิตหรอกหรือ
แน่นอนว่า…หลังแต่งงานแล้ว…ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
“ฝ่าบาท ท่านเรียกข้าว่าอะไรนะ” เซี่ยเฉียวเลิกคิ้วขึ้นทันที
ไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่แล้วใช่หรือไม่ หากอาจารย์ได้ยินเข้าล่ะก็ เกรงว่าเจ้าคงจะถูกเตะออกจากสำนักทันที ศิษย์น้องรอง!
“เฉียวเอ๋อร์ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” จ้าวเสวียนจิ่งเก็บมือของเขากลับมานานแล้ว ร่างกายผอมเพรียวของเขาตั้งตรง รอยยิ้มของเขาอบอุ่นและอ่อนโยนเหมือนสุภาพบุรุษ รอยยิ้มนั้นขึ้นไปถึงดวงตา “เราสองคนหมั้นกันแล้ว จะให้เรียกว่าแม่นางเซี่ยก็คงไม่ดี เรียกว่าครึ่งเซียนก็ยิ่งไม่เหมาะ”
เซี่ยเฉียวเสียเปรียบแล้ว
ตอนที่นางเป็นปรมาจารย์โม่ยังดีเสียกว่า รัชทายาทยังดูกตัญ