เซี่ยเก่งกาจขนาดนี้ หากว่าเขาอยู่ในเมืองหลวงและได้พบกับอาจารย์ของเราเพื่อเรียนรู้จากกันและกันก็คงดี ก่อนที่ข้าจะมาที่นี่ก็บังเอิญได้รับจดหมายจากพิราบสื่อสารฉบับหนึ่งแจ้งว่า อาจารย์ใกล้จะเข้าเมืองหลวงแล้ว”
“…” เซี่ยเฉียวมือสั่นขึ้นมาทันที
รัชทายาทเหลือบมองนางอย่างแนบเนียน จากนั้นก็เอ่ย “อีกกี่วันจึงจะถึง”
“ไม่ได้บอกไว้ บอกแค่ว่าใกล้แล้ว หากพบเจอเรื่องอะไรระหว่างทางก็อาจจะต้องล่าช้าไปบ้างไม่อาจรู้ได้” แม้ในเวลาที่เซียวอวี้หรงพูดถึงหลีซื่อเหยี่ยน ท่าทางของเขาก็ดูให้ความเคารพนับถืออย่างยิ่ง
เซี่ยเฉียวพยายามลดความรับรู้ของการมีอยู่ของตนเองลงให้มากที่สุด
ตอนที่อาจารย์รับศิษย์ นางใช้ชื่อเซี่ยเฉียว
เขารู้จักตัวตนของนาง เพียงแต่ต่อมาเมื่ออาจารย์ส่งจดหมายมาถามนางว่าอยากที่จะรับศิษย์น้องเพิ่มบ้างหรือไม่ ตอนนั้นนางจึงได้บอกอาจารย์ว่าต่อไปนางจะเป็นโม่ชูเซิงแล้ว…
อย่างไรก็ตาม หากอาจารย์กลับมา นางก็ควรที่จะไปคอยปรนนิบัติรับใช้เพื่อแสดงความกตัญญู ซึ่งหมายความว่านางจะต้องพบเจอกับศิษย์น้องคนอื่นๆ ด้วย
เช่นนั้นแล้ว…นางก็คงยากที่จะสงบจิตใจลงได้
“พวกเขาทั้งสามจะกลับมาด้วยกันหรือเปล่า” รัชทายาทเอ่ยถาม
เซี่ยเฉียวเองก็สงสัย
“เจ้าสามและเจ้าห้าจะกลับมา แต่เจ้าสี่มีธุระยังไม่กลับ” เซียวอวี้หรงรีบตอบทันที
เซี่ยเฉียวโล่งอก น้อยลงไปคนหนึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องดี
“แม่นางเซี่ย ในเมื่ออาจารย์ของเจ้าไม่อยู่ เช่นนั้นก็