น่าเสียดายแล้ว แต่พรสวรรค์และความสามารถของเจ้าก็หาได้ยากยิ่งเช่นกัน พออาจารย์ของข้าและรัชทายาทกลับมาแล้ว เจ้าก็ไปพบเขาด้วยกันสิ หากได้รับคำชี้แนะจากอาจารย์ก็จะเป็นประโยชน์ไปตลอดชีวิต” เซียวอวี้หรงรีบเอ่ย
เขาพูดเพื่อประโยชน์ของเซี่ยเฉียวจริงๆ
สถานะของตระกูลเซี่ยนั้นน่าอาย และไม่เป็นที่ยอมรับของพวกบัณฑิต
เซี่ยผิงไหวกราบไหว้อาจารย์แล้วก็จริง แต่นับแล้วเขาก็เป็นเพียงศิษย์หลานของหลีซื่อเหยี่ยนเท่านั้น อีกอย่างเขาก็ยังไม่เคยมีบทกวีหรือบทความดีๆ ออกมาเลย ดังนั้นบัณฑิตมากมายจึงรู้สึกว่าเซี่ยผิงไหวเป็นหมาหวงก้าง มีแต่ตำแหน่งไม่มีผลงาน
แต่หากเซี่ยเฉียวได้รับคำชมหรือคำชี้แนะจากหลีซื่อเหยี่ยนด้วยตัวเองก็จะเป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับตระกูลเซี่ย
“สุขภาพร่างกายของข้าไม่ค่อยดี…เกรงว่าจะไม่มีเวลา…” เซี่ยเฉียวเอ่ยเสียงเบา
“น่าเสียดายเหลือเกิน” เซียวอวี้หรงเองก็ไม่ได้บังคับนาง จากนั้นเขาหันไปก็พูดกับรัชทายาทด้วยดวงตาเป็นประกาย “ข้าไม่ได้พบศิษย์พี่มาหลายวันแล้ว คิดถึงนางมากจริงๆ ไม่รู้ว่าช่วงนี้ศิษย์พี่กำลังยุ่งอะไรอยู่ รอให้อาจารย์กลับมาก่อน ข้าคิดที่จะ…ถามความเห็นของอาจารย์ดูเสียหน่อย หวังว่าอาจารย์จะช่วยจับคู่ให้พวกเรา หากข้ากับศิษย์พี่กลายเป็นคู่สร้างคู่สมกันได้ ชีวิตนี้ข้าก็ไม่ขออะไรอีกแล้ว…”