ทุกคนจึงรีบคุกเข่าทำความเคารพทันที
“จื่อถงไม่ต้องมากพิธี” ฮ่องเต้ทรงเอาใจใส่ฮองเฮามากจริงๆ เขาพยุงฮองเฮาให้ลุกขึ้นอย่างมั่นคง “สุขภาพร่างกายของเจ้าไม่ดี จะทำเรื่องมารยาทปลอมๆ นี้ไปทำไม ข้าบอกเจ้าแล้วนี่ว่าเจ้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้”
ฮองเฮารู้สึกเขินอายเล็กน้อย แต่ก็ยังคงสง่างามและใจกว้าง “ฝ่าบาท เมื่อครู่แม่นางเซี่ยมอบแผนที่หนังแกะให้ข้าแผ่นหนึ่ง ดูเหมือนว่า…จะเป็นแผนที่โลกของตระกูลไป๋หลี่ที่ตกทอดมา ข้าสั่งให้คนไปเชิญอาจารย์จากสำนักศึกษาหลวงมาแล้ว จะเป็นของจริงหรือไม่ ประเดี๋ยวก็จะได้รู้ชัด แต่…ข้าเห็นว่าแผนที่นี้พิเศษมาก ไม่ว่ามันจะเป็นของจริงหรือไม่ ข้าก็ชอบมันยิ่งนัก”
ฮองเฮาพูดเช่นนี้ขึ้นมาด้วยกลัวว่า หากของสิ่งนี้เป็นของปลอม แล้วจะทำให้แม่นางเซี่ยเสียหน้า
“แผนที่โลก?” ฮ่องเต้เริ่มสนใจ
เขาไม่ได้เข้าใจของพวกนี้เหมือนรัชทายาท ตอนแรกแม้แต่ภาพวาดของจ้าวซวีจือเขาก็ยังมองไม่ออกว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร ตอนนี้เขาย่อมไม่มีความสามารถที่จะแยกแยะของสิ่งนี้ได้
ฮ่องเต้เพียงเหลือบมองแผนที่นั้นและไม่ได้หวังอะไรมาก แต่เขากลับอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับผู้หญิงจากตระกูลเซี่ยมากขึ้น
เขาจ้องมองไปที่ลูกสะใภ้ในอนาคต
เขายังแปลกใจเล็กน้อย “รัชทายามีสายตาที่ไม่เลวเลย หน้าตาของแม่นางผู้นี้สู้ความงดงามแบบหนึ่งในหมื่นของจื่อถงตอนที่ยังเป็นสาวได้เลย”
เสียงของเขาไม่ดัง ฮองเฮาได้ยินแล้วก็หน้าแดงด้วยความเขินก่อนจะกร